คนที่ทำงานมากกว่าเงินที่เค้าได้ ไม่นานเค้าจะได้เงินมากกว่าที่เค้าทำ

คนที่ทำงานมากกว่าเงินที่เค้าได้ ไม่นานเค้าจะได้เงินมากกว่าที่เค้าทำ

ไม่มีอะไรที่ทำฟรี การทำเกินความคาดหวัง “มันจะถูกตอบแทนเสมอ”

คนที่มักจะถูกโปรโมต คือ คนที่ “ทำอะไรเกินกว่าที่ได้รับ” และสิ่งที่ได้รับอาจจะไม่ได้ในรูปของเงิน

แต่อาจจะเป็นในรูปของโอกาส หรือความท้ายสุด อาจจะไม่ได้รับโอกาสอะไรเลยในทางตรง

แต่สิ่งที่คุณได้ คือ นิสัย หรือ ความคิด ที่ติดตัวคุณไปตลอด

อย่าลืม คนเหมือนกันก็จะไหลเข้าหากัน การที่คุณเป็นคนที่ทำมากกว่าที่ได้รับค่าตอบแทน

มันก็จะผลักให้คุณได้เจอคนที่มีแนวคิดเดียวกัน เพื่อนร่วมงาน Partnet

ลูกน้องที่ทัศนะแบบเดียวกันกับคุณ เข้ามาหาคุณ การที่คุณมีทัศนคติแบบไหน

คุณก็กำลังดึงดูด สร้างสังคมรอบตัวคุณ และแม้วันนี้คุณจะยังไม่ได้เติบโต

อาจจะยังไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โต หรือยังไม่ได้มีธุรกิจเลย ถ้าตอนที่คุณทำงานให้คนอื่น

คุณยังมีนิสัยทำเกินคาด แน่นอน วันนึงที่คุณทำธุรกิจของตัวเอง ของขวัญพิเศษจะเกิดขึ้นกับ “ธุรกิจของคุณ”

เราจะได้เงินจากการที่ตอบโจทย์อะไรใครสักอย่างได้ ผมถูกถามตลอดว่าทำไมถึงมีลูกค้าเข้าหาเค้า

ทำไมทำเพจแล้ว คนทักเข้ามาหาเองตลอด จนหลายคนโตก้าวกระโดด บางคนโต 2 เท่า 3 เท่า 5 เท่า

แบบที่ผมนำมาแชร์หน้าเพจเกินครึ่งร้อยเคส ในช่วง 9-10 เดือนที่ผ่านมา

แต่แล้วทำไมเวลาเค้าใช้แรงพยายามจะขายแล้วขายอีก บางที post ทุกชั่วโมง

แต่ทำไมไม่ได้ยอดขายอย่างที่ออกแรงพยายาม ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนทัก

มีหลายคนเลยที่มาเจอผม ปรึกษาเรื่องเพจ แล้วถามผม ว่าหลายครั้งที่ผมเปิดเพจพี่น้องเหล่านี้ให้ดู

ผมถามน่าซื้อไหม ถ้าเป็นคุณๆ ซื้อไหม เค้าตอบกลับมาว่า “มาก”

แล้วเห็นเค้า post ขายทุกชั่วโมงไหม เค้าตอบกลับมาว่า “ไม่”

รู้สึกอึดอัดไหมเวลาดูเพจเค้า เค้าตอบกลับมาว่า “ไม่” แล้วชอบไหม

เค้าบอกชอบ ผมถามต่อ และถ้าเค้า post ขายทุกชั่วโมง เราอยากจะตามเพจไหม

เค้าตอบกลับมาว่า “ไม่” แล้วชอบไหม เค้าตอบว่า “ไม่” แล้วทำไมยังทำ (ผมถามเค้า)

ก็ถ้าไม่ขาย ก็ไม่รู้ว่าจะได้ยอดมาได้ยังไง (เค้าติบ) ผมบอกกลับไปว่า ใช่ อันนี้แหละคือจุดต่าง

เรื่องที่ผมแชร์เสมอตลอดเวลา คือ…..เราจะได้เงิน…”ก็จากการที่ตอบโจทย์อะไรใครสักอย่างได้”

เราจ่ายเงินให้กับคนที่ตอบโจทย์เรา ไม่ใช่พยายามเอาแต่ขายเรา เพราะฉะนั้น อันนี้นี่คือ key เลย

เพราะเค้ามีความคิดว่า เราจะได้เงิน…”ก็จากการที่ตอบโจทย์อะไรใครสักอย่างได้”

ทุกคอนเทนท์ที่เค้าทำ มันเลยมาจากความคิดนี้ เค้าจะหาว่าลูกค้ายังมีปัญหาอะไร

มีอะไรที่ยังไม่ได้รับการตอบโจทย์ แล้วทำคอนเทนท์นั้นออกมา เค้าจะหาว่าลูกค้ากังวลเรื่องอะไรอยู่

ที่ทำให้ยังไม่ตัดสินใจ เช่น ยังไม่ชัวส์ว่าจะใช้ได้ผล ยังไม่ชัวร์ว่าจะ work

หรือเค้าจะเสียเงินฟรีไหม ถ้าซื้อกับเรา แล้วเค้าก็จะทำคอนเทนท์นั้นออกมาตอบโจทย์

สมมุติว่าคนขาย ขายกรอบรูปสักอัน ถ้าคนขายมีความคิด ว่าจะขายๆ ให้ได้ยอดอย่างเดียว

สิ่งที่เค้าจะทำออกมา คือ Post รูป ลงราคา เพราะโจทย์มันตั้งไว้ว่าจะขายไม่ได้ตอบโจทย์ใคร

แต่ถ้าคนขายมีความคิดว่าเราจะได้เงิน “ก็จากการที่ตอบโจทย์อะไรใครสักอย่างได้” สิ่งที่เค้าจะทำออกมาผ่านเพจของเค้า คือ

1. เค้าทำการบ้านจะหาปัญหาของลูกค้า (ตามที่กล่าวข้างต้น)

2. เค้าจะคิดในมุมลูกค้า (ว่าถ้าเป็นตัวเค้าเอง เค้าจะอยากรู้อะไรบ้าง อะไรที่ตอบโจทย์สิ่งที่เค้าสงสัย อยากรู้)

3.เอามาทำคอนเทนท์ เช่น 80% ของคอนเทนท์ทั้งหมด เค้าจะพยามช่วยเหลือลูกค้า พยามตอบโจทย์เค้า

ทำให้เค้าเห็นภาพว่า กรอบรูปนี้ ถ้ามันอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ มันจะออกมาเป็นยังไง

กรอบรูปแบบนี้ เหมาะกับกำแพงขนาดเท่าไหร่ ทำให้เห็นว่า ห้องแบบนี้เหมาะกับ style แบบไหน

เค้าจะช่วยทำให้ลูกค้ามองเห็น และจับไอเดียไปต่อยอดได้ ทำให้ลูกค้าเห็นภาพตัดสินใจง่ายขึ้นว่า

ถ้าซื้อไปแล้ว มันจะได้แบบที่ต้องการ ทำให้ลูกค้าเอาไปบอกต่อแฟนเค้า ที่เป็นคนตัดสินใจ

แล้วมาช่วยกันมอง ช่วยกันดู แล้วมี 15% ที่ทำให้เห็นว่า มันมีคนซื้อไปแล้วจริงๆ นะ

ลูกค้าที่ซื้อกับคุณเค้าได้ผลลัพธ์ เค้า happy ให้รู้ว่าคุณส่งของจริงๆ นะ มีตัวตนจริงๆ ไม่ได้หลอก

แล้วมี 5% ที่ขาย หรือไม่มีขายเลยก็ยังไง เพราะเค้าเข้ามาดูเพจ แล้วหลายทีตัดสินใจได้

ตั้งแต่ตรง 80% กับ 15% นั้น แล้วก็อยากจะทักเข้าไปหาเอง นี่คือสิ่งที่ฝังอยู่ในความคิดการขาย

ของคนที่คิดอยู่ตลอดว่า สินค้าที่ขายจะตอบโจทย์ลูกค้า หรือผู้คนได้ยังไง