งานที่ชอบแต่เงินน้อย กับ งานที่ไม่ชอบแต่ได้รายได้เยอะ เลือกแบบไหนดี

งานที่ชอบแต่เงินน้อย กับ งานที่ไม่ชอบแต่ได้รายได้เยอะ เลือกแบบไหนดี

มีคนหลายคนเคยถามผมว่า ระหว่างงานที่รักแต่รายได้น้อย กับงานที่ต้องหาเลี้ยงชีวิต ที่น่าเบื่อ กดดัน ขาดอิสระ สารพัดปัญหา

เราควรเลือกทางไหนดี ในความเป็นจริงแล้ว คำถามนี้ผมก็เคยถามตัวเองเสมอ ในหลายช่วงชีวิตที่ดิ้นรน

และคำตอบแต่ละช่วง ก็มักจะไม่เหมือนกัน จวบจนหลายปีให้หลังมานี้ ผมได้ค้นพบความจริงจากบทเรียนในอดีต

ที่ทำให้ผมพบคำตอบเดียว นั่นคือการเลือกงานที่รัก ผมเลือกงานที่ชอบเป็นส่วนตัวเป็นหลัก เน้นความอิสระเสรี

เพื่อให้เวลากับคนที่ผมรัก และต้องรับผิดชอบดูแล แม้จะมีรายได้ไม่สูงนักก็ตาม อ้าว แล้วถ้าไม่พอกินล่ะ

ผมใช้เวลาหลายปี ขบคิดปัญหานี้ จนเข้าใจ และคำตอบที่แท้จริงกลับง่าย แม้หลายคนจะเถียง แต่ผมก็จะขอยืนยันนะครับ

คำตอบก็คือ ก็ใช้จ่ายให้พอเหมาะกับฐานะ และรายได้แค่นั้นเอง ถ้าคุณมีฐานะดี มีรายได้มาก คุณจะใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย

ผมก็ว่าเหมาะสม แต่ถ้ารายได้ไม่ดี ฐานะก็ไม่ดี เราก็ควรใช้ชีวิตให้เหมาะสม มันก็แค่นั้นเอง เพราะปัญหาของรายได้ไม่พอ

แทบทั้งหมดก็มาจากเราใช้จ่ายเกินฐานะทั้งนั้น การใช้จ่ายเงินเกินรายได้ ใช้จ่ายเงินเกินตัว แล้วต้องกู้หนี้ยืมสินมาเป็นตัวช่วย

โดยรายได้ยังติดลบทุกเดือน ในที่สุดมันจะพอกหางไปเรื่อยๆ แล้วกลับมาทำให้เราติดขัดทางการเงิน และหันมาซ้ำเติมด้วยดอกเบี้ย

จนหมุนรายรับ และรายจ่ายแทบไม่ทัน เรื่องแบบนี้ผมผ่านมาหมดแล้ว ผมเข้าใจลึกซึ้ง และผมบอกตามตรงว่า ผมไม่เคยโทษใคร

ไม่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รัฐบาล นายจ้าง หรือเศรษฐกิจไม่ดี เพราะต่อให้ทุกอย่างดี แต่ใช้เงินเกินตัว แบบคนหลายคนทำในทุกวันนี้

ในที่สุด จุดจบแบบนี้ก็ต้องมาเยือน ต่างกันแค่ขี่จรวด หรือขี่จักรยานมาเท่านั้น วันนี้ผมมองลงลึกไปถึงความต้องการที่แท้จริง

คือกางสิ่งที่ต้องการจริงๆ มาเลยว่า เท่าไหร่จึงจะพอ สรุปผมต้องการ วันละพันบาทครับ ก็ถ้าอย่างนั้น จะไปวุ่นวายให้รกสมองไปใย

ขายกาแฟ ขายสลัด เป็นพ่อค้าตลาดนัด เป็นสารพัดอย่างที่จะทำให้มันมีรายได้วันละพันมันไม่น่ายาก ส่วนเรื่องหน้าตาที่เป็นเปลือก

ที่คนเอาไว้อวดอ้างผมไม่สนใจ ผมเลยจุดนั้นมาไกล จนหาทางกลับไม่เจอแล้วครับ แล้วถ้าเราไม่ชอบงานแบบนี้ล่ะ หรือว่าทำแล้วไม่ดีล่ะ จะทำอย่างไร

สำหรับคนอื่น ผมตอบแทนไม่ได้ เพราะมุมมองชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน ภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน

แต่ผมแค่อยากบอกไว้เป็นแนวทาง จะเอาแบบผมไปใช้ผมไม่สงวนสิทธิ์ ผมเป็นคนใจง่ายรักง่าย และก็เบื่อง่ายครับ แถมยังทุ่มเทกับทุกเรื่องอย่างจริงจัง

และสุดท้ายผมยังยอมรับความจริง ถึงการเปลี่ยนแปลงได้ทุกสภาวะ ไม่ยึดติด ดังนั้น ถ้าตั้งเป้าชัดเจนว่าเราชอบ แรกๆ อาจจะรายได้น้อย

แต่ด้วยความที่มันทำให้เรามีอิสระมากขึ้น มีเวลาอยู่กับคนที่เรารักมากขึ้น มีเวลาดูแลคนในครอบครัวเวลาเจ็บป่วย อยู่แล้วสบายใจ

สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เราทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อรักษารูปแบบชีวิตแบบนี้เอาไว้ เกิดการจริงจัง เอาใจใส่ในงานมากขึ้น

ทำให้งานพัฒนามากขึ้นทำให้งานเราออกมาดี สุดท้ายอาจจะไปได้ดีกว่าฝืนทำงานที่ไม่ชอบ แต่รายได้เยอะก็ได้ครับ