ฉลาดให้เป็น มองให้ต่าง จะพบหนทางแก้ปัญหา มากกว่าหนึ่งทางเสมอ

ฉลาดให้เป็น มองให้ต่าง จะพบหนทางแก้ปัญหา มากกว่าหนึ่งทางเสมอ

เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

เศรษฐีบอกชาวนาว่า “ท่านเป็นหนี้ข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ ข้าจะยกหนีสินให้ทั้งหมด”

ชาวนาไม่ตกลง เศรษฐีบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว

ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน

และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า

และแน่นอนข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย “ชาวนาตกลงเศรษฐีหยิบกรวดสองก้นใส่ในถุงผ้า

หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่า กรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ เธอจะทำอย่างไร

หากเธอไม่เปิดเผยความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง หากเธอเปิดเผยความจริง

เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็ยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน

พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำ และสีขาวของสวนกรวด

เธอมองหน้าเศรษฐี และเอ่ยว่า ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้

ดังนั้น เมื่อเราเปิดถุงออกดูกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่ากรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร

ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ ดังนั้น กรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว

ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้ และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น

เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหา

จะสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป ในทางตรงกันข้าม หากเราลองมองต่างมุม

จะพบหนทางการแก้ปัญหา มีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลง

ไปตามสถานการณ์ เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้แก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม เพราะโลกเราไม่มีแค่สีขาวกับดำ