วิธีปรับตัว เมื่อเงินเก็บเริ่มเหลือน้อย

วิธีปรับตัว เมื่อเงินเก็บเริ่มเหลือน้อย

ปัญหาเงินช็อต เงินติดลบ หมุนเงินไม่ทัน ยืมเงินจากนั่น มาโปะนี่ จนทำให้เป็นหนี้ท่วมหัว

พอถึงสิ้นเดือนก็ใช้แต่หนี้ หมุนนั่นหมุนนี่ ไม่มีเงินเก็บสักที แต่หลายๆ คนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

วันนี้เราจะนำเสนอ 6 วิธี การใช้ชีวิต หากวันใดวันหนึ่ง ชีวิตของใคร หลายคนต้องประสบกับปัญหา

หมุนเงินไม่ทัน เงินติดลบ ไม่พอใช้ มาดูกันว่า เราจะมีวิธีจัดการ เรื่องเหล่านี้อย่างไรบ้าง

1. ตั้งสติเอาไว้ก่อน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง หยุดก่อหนี้ หยุดสร้างหนี้เพิ่มโดยเด็ดขาด

ไม่ว่าจะต้องลำบากขนาดไหน ที่สำคัญต้องหยุดหาหนี้ใหม่ มาจ่ายหนี้เก่า

เพราะจะทำให้เป็นหนี้แบบงูกินหาง ไม่รู้จักจบ ต้องอยู่ให้ได้ด้วยเงินเดือนของตัวเอง

2. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

อันดับแรกต้องทำบันทึกรายรับ รายจ่ายของตนเองทุกวัน ในแต่ละเดือน มีรายได้จากไหนบ้าง

พอใช้จ่ายหรือไม่ หรือในแต่ละเดือนต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าเดินทาง ค่าอาหาร

ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนชำระหนี้สินค้า ค่าใช้จ่ายสังสรรค์ แล้วรวมกันว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ ใช้เงินไปกับอะไรมากที่สุด

จำเป็นหรือไม่จำเป็นต่อชีวิต ถ้าไม่จำเป็น ต้องเลิกหรือหยุดทันที หากใครไม่เคยจดบันทึกรายรับ รายจ่าย

จะทำให้ไม่รู้ว่าในแต่ละเดือน มีการใช้จ่ายอะไรบ้าง และหมดไปกับอะไรบ้าง

ดังนั้น เมื่อรู้ปัญหาแล้วว่า เงินหมดไปกับอะไร หากเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่สามารถประหยัดได้ ควรประหยัดอย่างจริงจัง

3. สำรวจภาระหนี้สินที่มีอยู่

ควรแยกแบ่งประเภทหนี้สินที่มี แยกประเภทหนี้ จำนวนหนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระ

อัตราขั้นต่ำที่ต้องชำระ จากนั้นให้คำนวณยอดหนี้ทั้งหมด คำนวณรายได้ทั้งหมด เรียงลำดับยอดหนี้ที่สำคัญจากมากไปหาน้อย

4. หนี้สำคัญจ่ายก่อน

โดยเฉพาะหนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่วนหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล

ให้จ่ายเท่าที่จ่ายได้ โดยเลือกจ่ายหนี้ที่มี ดอกเบี้ยสูงก่อน และติดต่อขอประนอมหนี้

ขอผ่อนจ่ายในแต่ละเดือน และควรติดต่อเจ้าหนี้อยู่ตลอด อย่าคิดหนีหนี้

5. เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาหนี้

จ่ายขั้นต่ำเพื่อรักษาบัญชีและเครดิต วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีหนี้ไม่เยอะ อาจจะมีหนี้เพียง 2-3 บัญชี

แนะนำให้จ่ายขั้นต่ำตามใบเรียกเก็บเงิน หรือจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำสักเล็กน้อย ที่สำคัญต้องมีวินัยในการผ่อนชำระ

หากหมดภาระหนี้แล้ว ไม่ควรก่อหนี้ใหม่เพิ่มอีกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้มีหนี้ไม่หมดสิ้น

มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ขายทรัพย์สินที่ขายได้ออกไปเป็นเงินสด เพื่อนำมาปิดหนี้ให้ได้มากที่สุด

หากมีหนี้สินมากให้เลือกปิดทีละรายการ ที่สามารถปิดหนี้ได้ เพื่อให้เหลือจำนวนเจ้าหนี้น้อยที่สุด

เท่าที่จะทำได้ หากไม่สามารถทำได้ หรือไม่มีทรัพย์สินที่สามารถขายเพื่อปลดหนี้ได้

ก็จะเข้าสู่กระบวนการของศาล ในระหว่างนั้น แนะนำให้เก็บเงินให้มากที่สุด

อย่าได้หลงระเริงกับเงินที่มี ต้องเตรียมสะสมเงิน เพื่อเคลียร์หนี้สินทั้งหมด

6. หาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม

ตามหลักความจริงแล้ว เมื่อเงินหมด ก็ต้องหาเพิ่ม เหมือนน้ำในตุ่ม หมดก็ต้องตักมาเพิ่ม

ใครที่เป็นหนี้ เงินติดลบ ลองสำรวจตัวเองว่า มีของอะไรขายได้ มีความสามารถอะไร

หรือมองหาอาชีพเสริมที่พอสร้างรายได้ เช่น ทำกับข้าว ทำขนมขาย หรือไม่ถ้ามีทักษะการขาย

ก็หาซื้อสินค้าต่างๆ ไปขายตามตลาดนัด หรือหากมีทักษะอื่นๆ ก็ทำได้เลยครับ