ศิลปะในการใช้ชีวิต คือแพ้อย่างเข้าใจ ชนะอย่างไม่ประมาท

ศิลปะในการใช้ชีวิต คือแพ้อย่างเข้าใจ ชนะอย่างไม่ประมาท

สุขอย่างมีสติ ทุกข์อย่างรู้เท่าทัน ล้มต้องไม่ท้อ เดินหน้าต่อ อย่างไม่ถอย ปล่อยเมื่อหนัก นั่งพักเมื่อเหนื่อย ใช้สตินำใจ ใช้ความดีนำทาง

ไปให้ถึงจุดหมายที่ไม่ไกลเกินฝัน และไม่นานเกินรอ อดทนสู้ กับโชคชะตา หัดเดินหน้าไม่ใช่มัวแต่รอคอย จะดีมากหรือดีน้อย ก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ทุกอุโมงค์แห่งปัญหา ก็ต้องมีแสงสว่างแห่งทางออก อะไรที่หลุดพ้นมาได้แล้ว ก็อย่ากลับไปหามันอีก

ชีวิตคือการเรียนรู้ไปทุกวัน ไม่มีเมื่อวาน ไม่มีพรุ่งนี้ มีแต่ ณ เวลานี้เท่านั้น

ถ้ามองให้ดี มองให้เข้าใจ ไม่มีวันไหนที่จะสุขไปตลอด และไม่มีวันไหนที่จะทุกข์ไปตลอดเช่นกัน

ทุกอย่างผ่านเข้ามา เพื่อเตือนตัวเราว่า ชีวิตที่เราคิดว่ามันแน่นอน แต่ความจริงแล้ว ไม่มีอะไรแน่นอนไปซะทุกเรื่อง

ความสุขถาวรไม่มี ความทุกข์ถาวรก็ไม่มี ที่ดูว่ามันถาวร เพราะใจเราเข้าไปยึดมัน

ทุกข์ไม่มาก แต่เหมือนทุกข์ที่สุด คนอื่นแค่สร้างปัญหาให้เรา แต่เราเป็นคนสร้างความทุกข์ให้ตัวเอง

ปัญหาที่พบเจอในแต่ละวัน ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ขนาดของปัญหา อยู่ที่เราให้ความสำคัญกับมันแค่ไหน

สุขหรือทุกข์จึงขึ้นอยู่กับใจ ว่าเราจะยึดมันเอาไว้ หรือจะวางมันลง

บางครั้ง ทุกข์ของเราที่คิดว่า “ใหญ่ยิ่งนัก” เล่าให้คนอื่นฟังอาจเพียงแค่ “เล็กนิดเดียว”

มุมมองความทุกข์แม้จะต่างกัน แต่การที่มีใครสักคนยอมนั่งลงฟัง โดยไม่ตัดสิน เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายๆ

กัลยาณมิตรที่เปี่ยมด้วยน้ำใจ ต้องรักษาไว้ รักษาทั้งน้ำใจของเขา และเคารพในน้ำใจของเขาด้วยเช่นกัน

น้ำใจที่อาจจะหาไม่ได้ง่ายๆ บนโลกใบนี้ วันนี้ดี พรุ่งนี้แย่ ใครจะรู้ ดีๆ อยู่ อาจล้มลง ก็เป็นได้

อย่าคิดว่า ตัวเราไม่เป็นอะไร️ อย่าประมาท เพราะชีวิตนี้ ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา : B l o c k d i t