หมามันไม่รู้หรอกว่าคุณรวยหรือจน แต่มันรู้แค่ว่า คุณสำคัญสำหรับมัน

หมามันไม่รู้หรอกว่าคุณรวยหรือจน แต่มันรู้แค่ว่า คุณสำคัญสำหรับมัน

น้องหมาเขาเกิดมาเพื่อพึ่งพาเรา น้องหมาหาเงินมาซื้ออาหารเองไม่เป็น เพราะฉะนั้น น้องหมาจึงรักเจ้าของมาก

เจ้าของน้องหมาก็คงอยากให้น้องหมาซื่อสัตย์ รักเรามากๆ กล้ากระโดดมาขวางอันตราย ขวางลูกกระสุน

คอยเดินอารักขาอยู่ข้างๆ ไม่ห่างไปไหน เวลาเราป่วยก็คอยอยู่ดูแล ช่วยเหลือได้ตามคำสั่งหยิบของมาให้

แม้ที่บอกไป ออกจะดูเป็นน้องหมาในอุดมคติไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะ มีน้องหมาทำอย่างนั้นได้จริงๆ นะคะ

เพียงแต่เราในฐานะเจ้าของ จะต้องเป็นผู้สร้างความรัก ความซื่อสัตย์ ความภักดีของน้องหมา

จากการฝึกฝน ให้น้องหมาอยู่ในระเบียบวินัย และยอมรับว่า เราเป็นจ่าฝูงนั่นเอง

มาดูกันค่ะว่า น้องหมาที่เราดูแล ฝึกฝนมาตลอดชีวิตของเขา มีสัญญาณอะไรบ่งชี้บ้างนะว่า

จะอยู่กับเราไปจนชีวิตพวกเขาจะหมดลง นี่คือ 10 สัญญาณน้องหมาบอกว่า จะภักดีเราจนวันสุดท้ายของชีวิต

1. เชื่อฟังคำสั่ง

การเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของเรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของน้องหมาที่ทุกตัวจำเป็นต้องมี

ถ้าตัวไหนดื้อ เอาแต่ใจ ไม่ฟังคำสั่ง แสดงอำนาจว่าเหนือกว่าเจ้าของ ก็ยากที่จะได้ว่าน้องหมาจะอยู่เคียงข้างเรา

หรือ ไม่ทำให้เราเดือดร้อน ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ซึ่งโดยธรรมชาติของน้องหมาแล้ว

ถ้าพวกเขาได้รับการฝึกอย่างสม่ำเสมอจากเจ้าของ จะเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับพวกเขาที่จะแสดงความจงรักภักดี

ดังนั้น ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟังอาจต้องกลับมาดูที่ตัวเราเองก่อนว่า…เราได้ฝึกน้องหมาของเราดีแล้ว…หรือยัง

2. คอยตามเราไม่ห่าง

น้องหมาเดินตามเราเป็นการแสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่พวกเขามีให้กับเราค่ะ

เพียงแต่อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างความผูกพันที่เป็นการแสดงความปกป้อง อารักขา

กับการติดเจ้าของ วิตกกังวลหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้ง หากน้องหมามีลักษณะหลัง

จำเป็นจะต้องฝึกฝนเพิ่มเริ่มการให้พวกเขาอยู่ตามลำพังให้ได้ควบคู่ไปด้วยนะคะ

เพื่อให้พวกเขามีความมั่นคงทางจิตใจ เมื่ออยู่กับเราก็ตามไม่ห่าง

แต่เมื่อเราไม่อยู่ก็ไม่โหยหวนร้อนรน ถ้าพวกเขาทำได้จะเป็นน้องหมาที่สตรองมากๆ เลยล่ะค่ะ

3. คอยเตือนภัย

โดยสัญชาตญาณน้องหมา เมื่อพบอะไรผิดแปลกไป พวกเขาก็จะเห่า หรือวิ่งไปดู ทำอาการตื่นตัว

อยู่ไม่สุขเพื่อให้เจ้าของได้เอะใจ เดินออกมาตรวจดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งการเห่าเตือนภัยนี้

เรียกได้ว่าเป็นหน้าที่พื้นฐานของน้องหมาที่จะต้องมีค่ะ อย่างไรก็ตาม น้องหมาบางสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยเห่า

หรือไม่ชอบเห่า ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาเตือนภัยไม่ได้นะคะ เพียงแค่เราคอบสังเกตพฤติกรรมพวกเขา

เห็นร้องบอกอะไรเราบางอย่าง มองไปที่ประตู วิ่งไปวิ่งมา ก็เรียกได้ว่า การเตือนภัยค่ะ

เพียงแค่พวกเขาอาจไม่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาสำหรับงานอารักขามาเลยไม่ถนัดงานด้านนี้เท่านั้นเอง

4. เมื่อจ้องมองตาจะหลบสายตาเรา

บางคนอาจบอกว่า น้องหมามองตาแสดงว่าน้องหมารัก แต่ถ้ามองตามพฤติกรรมน้องหมา

การมองตา สบตา เป็นการแสดงอำนาจเหนือรูปแบบหนึ่งค่ะ พวกเขาอาจรักเรา แต่อาจไม่ได้เคารพเรา

ยอมรับเราว่าเป็นจ่าฝูงหรือมีอำนาจเหนือกว่าก็ได้นะคะ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ลองสังเกตน้องหมาที่รัก

เชื่อฟังเราอย่างเคร่งครัด เมื่อเรานั่งประจันหน้าเขาแล้วมองตา ไม่นานพวกเขาจะค่อยๆ เบี่ยงหน้าหลบสายตาเรา

บางคนอาจคิดว่าน้องหมากลัว ไม่รักเรา…นั่นเป็นการเข้าใจผิดนะคะ การเบี่ยงสายตาออก

เป็นพฤติกรรมการยินยอม ศิโรราบ การโอน อ่อน ไม่สู้ เคารพและให้เกียรติเจ้าของค่ะ

5. ยอมรับเราในฐานะจ่าฝูง

จำเป็นอย่างมากนะคะสำหรับเรา ที่จะต้องทำให้น้องหมายอมรับว่าเราเป็นจ่าฝูง

เพราะในโลกของน้องหมาแล้ว พวกเขาจะจงรักภักดีเฉพาะจ่าฝูงของพวกเขาเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ตราบใดที่พวกเขาไม่ยอมรับเราเป็นจ่าฝูง ปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ก็ยังมีไม่หมด

ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ก็ยากที่จะเรียกร้องให้น้องหมาหันมาจงรักภักดีกับเราค่ะ ด้วยเหตุนี้เอง การเป็นเจ้านายของน้องหมาที่ดี

จำเป็นต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่ง อดทน เคร่งครัด มีวินัย และมีความเมตตา เพื่อเอาชนะใจน้องหมาตัวแสบของเราค่ะ

6. ไม่ทำลายข้าวของเมื่อเราไม่อยู่บ้าน

น้องหมาที่ทำลายข้าวของเมื่อไม่อยู่บ้าน มีสาเหตุมาจาก ทั้งเรื่องของความไฮเปอร์ เบื่อง่าย

และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เรื่องเกี่ยวกับสภาวะซึมเศร้า จิตตก เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง

ซึ่งวิธีการจัดการสาเหตุแรก ก็เพียงพาน้องหมาไปออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงานก่อนออกจากบ้าน

ควบคุมอาหารไม่ให้มีพลังงานเกิน ส่วนสาเหตุที่ 2 ต้องใช้วิธีการฝึกสถานเดียวค่ะ

เพื่อให้น้องหมาเชื่อมั่นว่า เราจะไม่ทิ้งพวกเขาไปไหน และสามารถอยู่ได้ตามลำพังค่ะ

แล้วถ้าเราจัดการปัญหานี้ได้ น้องหมาก็จะมีความมั่นคงทางจิตใจ พลังงานสมดุล

และทำหน้าที่น้องหมาที่ดีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยล่ะค่ะ

7. รับรู้อารมณ์ของเราที่เปลี่ยนแปลง

น้องหมาเป็นสัตว์ในไม่กี่ชนิดที่มีความสามารถ และความพยายามที่จะสื่อสารกับคนเรา

ไม่ว่าจะทั้งจากความรู้สึกของตัวพวกเขาเอง หรือความรู้สึกของเจ้าของ หากเวลาที่เราเศร้า ป่วย ไม่สบาย

น้องหมามาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ เพื่อให้เราสงบใจสงบอารมณ์ มีกำลังฝ่าฝันอุปสรรคไปได้

แสดงว่าพวกเขามีความรัก และความผูกพันกับเรามากเป็นพิเศษ….มากเกินกว่าเป็นแค่น้องหมาตัวหนึ่ง

ที่เลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้านเฉยๆ แต่คือเพื่อนที่จะอยู่เคียงข้างเรา….ซึ่งนั่นก็อยู่กับวิธีการเลี้ยงและรูปแบบการเลี้ยงของเราด้วยเช่นกันค่ะ

8. ปกป้องเมื่อมีคนจะเข้ามาทำร้ายเรา

การปกป้องเจ้าของเป็นการพิสูจน์ที่เหนือชั้นมากค่ะ เพราะโดยทั่วไปน้องหมาจะแค่เห่าเตือนภัยให้เรารู้

แต่ไม่ถึงกับเข้ามาปกป้องเรา…ซึ่งน้องหมา ที่จะเข้ามาปกป้องเราต้องเป็นในกรณี “มีคนจะเข้ามาทำร้าย” เท่านั้นนะคะ

ถ้าในกรณีมีคนเข้ามาคุยกับเรา แล้วน้องหมาชาร์ตเข้าใส่ งับขางับแขน อันนั้นเรียกว่า ไม่ได้รับการฝึก

เรื่องการเข้าสังคมมา และมีนิสัยก้าวร้าวค่ะ แต่ถ้าปกป้องก็คือ…ในยามที่เราถูกทำร้าย

หรือจู่โจม น้องหมาจะรู้ทันทีว่าต้องรีบเข้าไปช่วย หรือเมื่อได้ยินคำสั่งว่า “ช่วยด้วย”

หรือเจ้าของเรียกชื่อน้องหมาก็จะเข้ามาช่วยในทันที แน่นอนค่ะว่า ความสามารถแบบนี้

จำเป็นต้องได้รับการฝึก เพื่อป้องกันอันตราย ไม่ให้น้องหมากัดคนสุ่มสี่สุ่มห้าค่ะ

แต่ถ้าทำได้ก็จะยิ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ให้แก่ความจงรักภักดีของน้องหมา ได้แบบเต็มร้อย

9. พยายามชวนเล่น

สำหรับน้องหมาสายมุ้งมิ้ง ความซื่อสัตย์อาจไม่ได้วัดจากความดุดัน ปกป้องอารักขา

แต่ดูได้จากการสร้างสัมพันธ์หากิจกรรมทำกับครอบครัว ซึ่งถ้าผู้เลี้ยงสามารถตอบสนองการเล่น

ของพวกเขาได้สม่ำเสมอ และเป็นกิจวัตร ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาผูกพันกับเรามากยิ่งขึ้น

ลองปรับการเล่นเป็นการฝึกเทคนิคต่างๆ ที่แตกต่างมากขึ้นก็จะยิ่งดีค่ะ

เช่น ลอดห่วง เปิดประตูเอง หยิบของให้ก็ได้ค่ะ มีประโยชน์มากๆ ด้วย

10. มีภาษากายสื่อสารว่าสุขใจที่ได้อยู่ร่วมกัน

ภาษากาย น้องหมาเป็นเรื่องที่เห็นทุกวัน และมองข้ามกันไม่ได้เลยนะคะ

น้องหมาที่รักเรา ซื่อสัตย์กับเราก็ย่อมต้องแสดงภาษากายว่าแฮปปี้ที่อยู่กับเรา

รักเรามากๆ เช่น กระดิกหาง โก่งตัวใส่ เลียหน้า เข้ามาคลอเคลีย มานอนใกล้ๆ กระโดดหา เป็นต้น

แต่ถ้าเวลาน้อหมาเจอเรา ไม่เดินเข้าหา ไม่กระดิกหาง นอนอยู่ในที่ตัวเอง เวลาจะจับก็มองเหลือบ หูลู่

อันนั้นแสดงว่าน้องหมารู้สึกไม่มั่นคง ไม่ไว้ใจเรา จำเป็นต้องจัดการกับความสัมพันธ์เสียใหม่

มีเวลาให้น้องหมา พาไปเดินเล่น หากิจกรรมทำด้วยกัน สัมผัสเขานิ่งๆ เนิบๆ ช้าๆ นานๆ

เพื่อให้รู้สึกคุ้นเคยค่ะ เพียงเท่านี้พวกเขาก็จะเริ่มแฮปปี้กับเราแล้ว หากเพื่อนๆ คนไหนที่เช็กดูแล้ว

มีบ้างบางข้อ ไม่มีบางข้อ ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ ด้วยเนื้อแท้น้องหมา พวกเขามีความซื่อสัตย์อยู่แล้วเป็นทุน

ที่เหลือก็การเลี้ยงดูและการฝึกฝน ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้น้องหมาภักดีกับเราจนวันต ายก็คือฝึกให้ทำตามคำสั่ง

พาออกกำลังกาย มีความเป็นจ่าฝูง มอบความรักให้ เพียงเท่านี้ ถึงน้องหมาจะจากไปแล้ว

ความจงรักภักดี และความผูกพันที่น้องหมามีให้ก็จะยังคงอยู่กับเราไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต