อย่ามีนิสัยเหมือนกิ้งก่าได้ทอง ลืมตัว วางท่าใหญ่โต ยิ่งมีทุกอย่างยิ่งไม่พอ

อย่ามีนิสัยเหมือนกิ้งก่าได้ทอง ลืมตัว วางท่าใหญ่โต ยิ่งมีทุกอย่างยิ่งไม่พอ

ความโลภ มักเกิดกับคนที่ มุ่งแต่จะทำการใดๆ เพื่อกลุ่มตน และตัวเองให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

โดยไม่คำนึงถึงว่า จะเป็นโทษกับบุคคลอื่นหรือไม่ และคนโลภพวกนี้ เมื่อก่อตั้ง

หรือรวมกลุ่มกันแล้ว จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง และยุคนี้ก็มีบุคคลเหล่านี้มากมายหลายคนด้วยกัน

ก็เข้าใจนะว่า คนเราทุกคน เกิดมาแล้ว ก็ล้วนแต่มีความปรารถนา “อยากมี อยากได้” เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่มากเกินไป มันก็ไม่ดี

บางคนที่ได้ลาภยศแล้วทะนงตนลืมฐานะเดิม ลืมว่าครั้งเมื่อสมัยเป็นเด็ก เป็นคนที่ไม่เคยมีความสำคัญ

ไม่เคยมีสมบัติ และไม่มีความคิดสร้างสรร สมองกลวง เมื่อได้รับลาภยศ แม้เพียงเล็กน้อย ก็คิดว่าตนมีความสำคัญเหนือผู้อื่น

เกิดความเห่อเหิม ลืมตัว แสดงความเย่อหยิ่ง จองหอง วางท่าใหญ่โต คนเช่นนี้ ย่อมเป็นที่รังเกียจของคนอื่นๆ เป็นอันมาก

มีเรื่องเล่า “มโหสถชาดก” เป็นเรื่องราวครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น “มโหสถ” บัณฑิตเจ้าปัญญา

รับราชการในพระเจ้าวิเทหราช ผู้เป็นราชาแห่งเมืองมิถิลา โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งพระเจ้าวิเทหราช

เสด็จประพาสอุทยานกับมโหสถ มีกิ้งก่าตัวหนึ่งเห็นทั้งคู่เดินมาด้วยกัน ก็ไต่ลงจากเสา มาทำท่าหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าพระราชา

เมื่อพระราชาเห็นดังนั้น จึงตรัสถามมโหสถว่า กิ้งก่าทำอะไร มโหสถจึงตอบไปว่า กิ้งก่าตัวนี้มาถวายบังคม จะถวายตัวแก่พระราชา

พระเจ้าวิเทหราชเห็นว่า กิ้งก่าตัวนั้นเป็นกิ้งก่าแสนรู้ จึงตรัสว่า ควรจะให้สิ่งตอบแทนกับมัน มโหสถจึงแนะนำ

ให้พระราชาพระราชทานเนื้อให้มันกิน พระราชาจึงรับสั่งให้ราชบุรุษผู้เฝ้าอุทยานซื้อเนื้อมูลค่าครึ่งมาสก

หนึ่งมาสก มีค่าเท่ากับทอง ซึ่งน้ำหนักเท่าข้าวเปลือกสี่เมล็ด มาให้มันกินทุกวัน เจ้ากิ้งก่ามีเนื้อกินทุกวัน

ก็ทำความเคารพพระราชา และราชบุรุษเสมอ ทว่าในวันหนึ่งเป็นวันอุโบสถ ไม่มีการฆ่ าสัตว์ ราชบุรุษจึงไม่อาจ

หาเนื้อให้มันกินได้ จึงนำเหรียญทองราคาครึ่งมาสก ที่พระราชาพระราชทานเป็นค่าเนื้อนั้น ผูกไว้ที่คอมันแทน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้ากิ้งก่าก็คิดว่า ตนเองมีทรัพย์ คือเหรียญทอง เหมือนพระราชาแล้ว

ก็ไม่จำเป็นต้องทำความเคารพพระราชา หรือใครอีก จึงขึ้นไปชูคออยู่บนซุ้มประตูอุทยาน

วันหนึ่งพระราชามาประพาสสวนกับมโหสถอีกครั้ง พบเจ้ากิ้งก่าชูคออยู่บนซุ้มประตูอุทยาน

ไม่ลงมาหมอบถวายบังคมเช่นเคย จึงไต่ถามราชบุรุษผู้เฝ้าสวน ได้ความว่าเมื่อเจ้ากิ้งก่าได้เหรียญทองไปแล้ว

ก็ไม่ยอมทำความเคารพใครอีก จึงจะประหารเจ้า กิ่งก่า แต่มโหสถทัดทานไว้ พระราชาจึงลงโทษด้วยการ

เลิกพระราชทานเนื้อให้มันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงเป็นที่มาของสำนวนไทยที่ว่า กิ้งก่าได้ทองนั่นเอง