อีก 4-5 ปีจะเห็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ๆ รวยขึ้นมาจากการสร้างบริษัทอินเทอร์เน็ตจริงหรือ

อีก 4-5 ปีจะเห็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ๆ รวยขึ้นมาจากการสร้างบริษัทอินเทอร์เน็ตจริงหรือ

ตอนนี้หุ่นยนต์กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ผมเชื่อว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้า

หุ่นยนต์จะเข้ามาดิสรัปการทำงานอย่างมาก สำหรับบริษัทอินเทอร์เน็ตเรา ถือว่าเป็นยุคทองของเรา

เขามองว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนเปรียบเหมือนกับมือถือ

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมด้านหุ่นยนต์มีแวลลูเชนค่อนข้างกว้างมาก มีทั้งเรื่องการออกแบบ

ด้านวิศวกรรม ด้านไฟฟ้า ด้านอุปกรณ์ต่างๆ ที่เวลานี้ประเทศไทยจำเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศแทบจะทั้งหมด

เรียกได้ว่าไม่มีความมั่นคง และถือเป็นความเสี่ยง ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นก็คือ ไทยต้องวางโพซิชั่นนิ่งให้ชัดว่า

ต้องการเป็นผู้เล่นตรงจุดใดของห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ต้องหาจุดเก่งให้เจอ

และองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ มีอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ คนเก่ง อีโคซิสเต็ม และเงินทุน

เรื่องแรก คนเก่ง ทุกวันนี้เรามีเด็กไทยที่เก่ง และไปชนะประกวดเวทีหุ่นยนต์แทบทุกเวทีทั่วโลก

เด็กไทยมีฐานรากที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญในวันนี้ก็คือ เราต้องรู้ว่ามีปรมาจารย์ที่เก่งด้านหุ่นยนต์

คนที่เป็นสุดยอดเทคโนโลยีด้านนี้อยู่ที่ไหนในโลก ต้องดึงพวกเขามาอยู่เมืองไทย

ถามว่าจะมาไหม มาแน่นอนถ้าเรามีเงื่อนไขแรงจูงใจดีๆ แต่ทุกวันนี้ที่มันยากลำบาก

เพราะทุกๆ 3 เดือนเขาต้องไปต่อวีซ่า ต้องทำขั้นตอนเยอะแยะไปหมด แถมเสียภ า ษี สูงกว่าประเทศอื่น

เพราะฉะนั้น เพียงแค่ปรับเรื่องพวกนี้ให้ถูกต้องก็เชื่อว่าคนเก่งๆ เขามาแน่ ถ้าเขามา เด็กไทยเราเก่งอยู่แล้วก็จะพากันขึ้นไปได้

ส่วนเรื่องของอีโคซิสเต็ม หมายถึงประเทศไทยต้องมีระบบนิเวศ คือมีโรงงานมีเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือ

อุปกรณ์ต่างๆ ที่พร้อมครบถ้วน และแน่นอนไม่มีอะไรเนรมิตขึ้นมาได้หากปราศจาก “เงินทุน”

วันนี้เรากึ่งๆ เป็นเทคโนโลยีอะด็อบเตอร์ เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เรารับเทคโนโลยีมาแล้วก็เป็นผู้ใช้ที่ดี

กลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตเอง ช่วงแรกๆ ก็มีการนำเข้าหุ่นยนต์มาจากหลายประเทศ เราไปดีลกับเทคโนโลยีลีดเดอร์

เพื่อช่วยให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยี เรียนรู้การเขียนซอฟท์แวร์ แต่มาถึงวันนี้เราเป็นเจ้าของหุ่นยนต์

เป็นเจ้าของเทคโนโลยี หุ่นยนต์ที่ไปชนะมาเราก็ทำเองทั้งหมด เป็นเจ้าของไอพีตั้งแต่การเคลื่อนไหว

อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ เราออกแบบเองทั้งหมด เราเดินมาถึงขั้นพัฒนาหุ่นยนต์ของตัวเองได้แล้ว

วิกฤต C O V I D -19 เสมือนทำให้โลกถูกรีโปรแกรมใหม่ ผลักดันให้คนเข้าสู่ออนไลน์มากกว่าเดิม

กลายเป็นโอกาสมหาศาลขึ้น จะคว้าได้หรือไม่ พฤติกรรมผู้บริโภคยุคหลัง C O V I D-19

คือคนต้องการชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น แต่ต้องการจ่ายเงินเท่าเดิมหรือถูกลง

ทางออกเดียวที่ตอบโจทย์นี้ได้คือ ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้งาน

เทคโนโลยีของยุคก่อนคืออินเทอร์เน็ต ที่เราเห็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ๆ รวยขึ้นมาจากการสร้างบริษัทอินเทอร์เน็ต

ส่วนเทคโนโลยีของยุคนี้ มองว่าคือ “หุ่นยนต์” คำว่า หุ่นยนต์ ครอบคลุมไปถึงโดรน แขนกล

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หุ่นยนต์ให้บริการ (service robot) ซึ่งเครือซีพีให้ความสนใจกับหุ่นยนต์ให้บริการที่สุด

เพราะมีโอกาสนำไปต่อยอดธุรกิจได้ชัดเจน โลกยุคใหม่หลัง โ ค วิ ด -19 ชี้ว่า

ธุรกิจต้องปรับยุทธศาสตร์อย่างไร ขนาดไม่ได้เป็นตัวตัดสินชัยชนะ

เพราะองค์กรขนาดใหญ่ต้องสู้กับความหนืดขององค์กร ความสำเร็จในอดีตของตัวเอง กระบวนการต่างๆ ที่เปลี่ยนได้ยาก

แข่งขัน เพราะมีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจมากกว่า เหตุการณ์ โ ค วิ ด ครั้งนี้ ต้องถามตัวเองว่า

เราจะกลับมายืนที่เดิมก่อนสถานการณ์ โ ค วิ ด หรือจะถือโอกาสนี้ทรานสฟอร์ม

หลังโ ค วิ ด mindset และทุกอย่างเปลี่ยนหมด คนจะใช้ชีวิตเหมือนก่อนโ ค วิ ด นั้น เป็นไปได้ยาก

ผมการพูดคุยกับหลายๆ คน เราจะพบโอกาสของการทำสิ่งใหม่ๆ ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้การสัมผัส

อุตสาหกรรมเดิมอาจใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยต้องมองดูโอกาสใหม่ ตลาดใหม่ แล้วปรับตัวเอง ไปทำธุรกิจสำหรับอนาคต

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยุคใหม่จากนี้ เป็นยุคที่ “เดินคนเดียวไปไม่รอด” แต่เป็นยุคที่เราต้องคิดว่า

ใครกระโดดเชือกอยู่ตรงไหน เราจะเข้าไปกระโดดกับเขาในสปีดที่เขากระโดดได้อย่างไร

เพื่อไปกับเขาได้ เรียกว่า เป็นยุคของความร่วมมือ (collaboration) สอดคล้องกับหลักการของ UNSDGs ข้อ 17

ว่าด้วยเรื่องของ Partnership ซึ่งหลังโควิด เราต้องไปอยู่ใน ecosystem

ที่จะโตไปพร้อมกับคนหมู่มาก ไม่ใช่การโตเดี่ยวๆ ที่จะเป็นไปได้ยากแล้ว