เงินทองไหลเข้าไม่หยุด แค่เปลี่ยน 7 นิสัยนี้

เงินทองไหลเข้าไม่หยุด แค่เปลี่ยน 7 นิสัยนี้

สาวๆ คะ ช่วงนี้โรคระบาด ก็น่าห่วง ความเครียดก็รุมเร้า แถมเงินทองก็ร่อยหรอลงทุกวัน

วันนี้เราเลยหยิบ 7 เคล็ดลับ ประหยัดเงิน แบบง่ายๆ มาให้ลองทำตามกัน

เผื่อว่ามันจะช่วยให้ มีเงินเก็บเหลือใช้ และทำให้มีสติในการใช้เงินมากขึ้นด้วย

1. รู้สถานะการเงินของตัวเอง และเริ่มกำหนด งบค่าใช้จ่าย

สิ่งที่สาวๆ ต้องทำให้ได้ ก่อนเริ่มต้นเก็บออมเงิน ก็คือการรู้สถานะการเงินของตัวเองก่อนนั่นเองค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่า สถานะการเงินของตัวเองเป็นยังไง ก็ให้เริ่มจดบันทึก

รายรับ รายจ่าย ในแต่ละเดือนว่า ได้รับเงินเดือนเท่าไหร่

มีรายได้ช่องทางอื่นๆ จากไหนบ้าง รวมทั้งมีรายจ่ายที่สำคัญส่วนไหนบ้าง

เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเช่าบ้าน ค่าของกินของใช้ ฯลฯ

เพื่อที่จะสำรวจดูว่า แต่ละเดือนมีรายรับมากกว่ารายจ่าย หรือค่าใช้จ่ายเกินรายได้

และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ไปอยู่ที่ส่วนไหนจนเกินพอดีรึเปล่า คราวนี้พอรู้แล้วก็จะช่วยให้กำหนดงบค่าใช้จ่าย

และจัดสรรปันส่วนเงินสำหรับ เก็บออมใน แต่ละเดือนได้ง่ายขึ้น หากวางแผนการใช้เงินได้ดี

รู้ว่าควรใช้ หรือเก็บเท่าไหร่ก็จะช่วยให้ สถานะการเงินดีขึ้นแน่นอน

2. ของชิ้นไหนที่ไม่ได้ใช้ ก็นำไปขายหารายได้เสริม

หลายคนมีนิสัยเปย์เก่ง CF ไว โอนเร็ว ชอบซื้อของแบบขาดสติ

พอเห็นสินค้าตัวไหนที่ชอบปุ๊บ ก็ตัดสินใจซื้อปั๊บ แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง

สุดท้าย ก็จบตรงที่มีของ (ไม่จำเป็น) วางกองอยู่เต็มบ้าน

โดยที่ไม่มีโอกาสหยิบมาใช้งานเลยสักครั้งเดียว ในเมื่อรู้แล้วว่า นิสัยซื้อของเก่งแบบนี้

เป็นต้นเหตุที่ทำให้ไม่เหลือเงินเก็บ ก็ได้เวลาที่จะต้องลุกขึ้นมาค้นตู้เสื้อผ้า

และค้นบ้านดูแล้วละ ว่ามีเสื้อผ้า สิ่งของชิ้นไหนที่ซื้อมาแล้วไม่มีวี่แววว่า

จะได้ใช้แน่ๆ เพื่อนำมาขายหารายได้เสริม ถึงแม้ลึกๆ ในใจจะแอบเสียดาย

แต่ก็ขอให้คิดไว้เลยนะว่า ของที่เก็บไว้เฉยๆ ก็เปลืองเนื้อที่เปล่าๆ สู้เอาไปขาย

แล้วนำเงินที่ได้มาเก็บเข้าบัญชีไว้สำหรับใช้จ่ายกับอะไรที่จำเป็นแทนละกัน

3. เวลาเจอของ ที่อยากได้ให้ตั้งกฎ 10 วินาที

ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ เราเข้าใจดีนะว่า เวลาเห็นของที่มันล่อตาล่อใจ

หรือเห็นแล้ว มีเสียงในหัวว่า ของมันต้องมี ก็อย่าเพิ่งมือไวใจเร็ว

แล้วรีบหยิบไปจ่ายเงินเด็ดขาด เพราะไม่งั้นเธออาจกลับมานั่งคอตกที่บ้าน

แล้วถามตัวเองว่า “ซื้อมาทำไมเนี่ย” แทนได้นะ

ทางเราก็มีทริคในการหักห้ามใจ สำหรับคนชอบช้อปมาให้ลองนำไปใช้

เวลาซื้อของกันค่ะ โดยเมื่อไหร่ก็ตาม ที่สาวๆ เดินไปเจอสิ่งที่อยากได้

ก็ขอให้ตั้งกฎ 10 วินาที เพื่อถามใจตัวเองให้ดีๆ ว่า “เราต้องการมันจริงหรอ”

ของชิ้นนี้จำเป็นแค่ไหน ซื้อไปแล้วจะได้ใช้จริงๆ รึเปล่า

ที่บ้านมีของคล้ายๆ แบบนี้แล้วรึยัง เพื่อให้เวลาตัวเองได้พิจารณาถึงความจำเป็น

ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งหากสิ่งของชิ้นนั้นๆ มันทำให้รู้สึกไม่แน่จะว่า

จะซื้อหรือไม่ซื้อ ก็ให้วางลงแล้วเดินผ่านไปเฉยๆ จะดีกว่า

4. พยายามทำอาหารกินเองมากกว่าซื้อกินนอกบ้าน

ช่วงนี้ที่ต้องใช้ชีวิตติดบ้านมากขึ้น เพราะสถานการณ์โ ค วิ ด และยังไม่สามารถ

ไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารได้เหมือนช่วงเวลาปกติ หลายคนก็อาจเปลี่ยนมาเลือก

ใช้บริการสั่งอาหารเดลิเวอรีกินที่บ้านแทน แต่สำหรับคนที่อยากประหยัดสตางค์

หรืออยากเก็บเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้าต้องสั่งอาหารเดลิเวอรีมากินทุกวัน

ก็คงไม่เหลือเงินเก็บแน่ๆ เพราะต้องจ่ายทั้งค่าอาหาร และค่าส่ง

เราเลยอยากให้ลองเปลี่ยนมาทำอาหารกินเองแทน จะดีที่สุดค่ะ

โดยอาจจะออกไปซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้ที่บ้าน แล้วทำอาหารจานโปรดเมนูต่างๆ ไว้

ไม่แน่ว่า จ่ายเงินซื้อของในราคาหลักร้อย แต่อาจทำอาหารกินได้ เป็นอาทิตย์เลยก็ได้นะ

5. จดลิสต์รายการสิ่งของ ก่อนออกไปซื้อของทุกครั้ง

เราเลยอยากแนะนำว่า ก่อนออกไปซื้อของทุกครั้ง ควรจดลิสต์รายการสิ่งของจำเป็นต้องซื้อใส่กระดาษ

หรือโน้ตในโทรศัพท์ไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้มุ่งตรงไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องมี ต้องใช้ในชีวิตประจำวันก่อน

และช่วยตัดรายการ ของที่ไม่จำเป็นออกไป วิธีนี้ก็จะช่วยให้ใช้เงินไปกับของที่จำเป็นจริงๆ ก่อน

ดีกว่าเสียไปกับของที่อยากได้ และช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลยด้วย

6. อย่าผูกบัตรเครดิตไว้กับแอป หรือเว็บซื้อของออนไลน์

แบบนี้คนที่อยากประหยัด และเริ่มต้นเก็บออมเงินให้สำเร็จ

ก็ควรกดปุ่มยกเลิกผูกบัญชีบัตรเครดิตไว้กับแอป หรือเว็บซื้อของออนไลน์ให้ไวเลยนะคะ

แล้วถึงแม้การยกเลิกการผูกบัตรเครดิตมันจะไม่ได้ช่วยตัดกิเลสความอยากได้โดยตรง

แต่ช่วงเวลาที่เดินไปหยิบบัตรมากรอกข้อมูล อาจเกิดเปลี่ยนใจไม่ซื้อแทนก็ได้

7. จดโน้ตในโทรศัพท์ทุกครั้ง

เวลาหยิบเงินออกไปใช้จ่าย โดยอาจใช้วิธีจดบันทึก ลงโน้ตในโทรศัพท์ทุกครั้งที่จ่ายเงินซื้อของ

หรือจ่ายบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อกันลืมได้อย่างง่าย และสะดวกรวดเร็ว แล้วอาจกลับมาตรวจสอบ

บันทึกรายจ่ายทุกๆ 1 – 2 วัน เพื่อดูว่า เผลอใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือสิ้นเปลือง

ไปกับสิ่งไหนมากเกินไปรึเปล่า วันต่อๆ ไป จะได้ระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิมไงละ