เมื่อคุณมักให้อะไรกับใคร แต่เขาไม่เคยรักษา คุณให้โอกาส ให้ความไว้ใจ ให้เกียรติเขา

เมื่อคุณมักให้อะไรกับใคร แต่เขาไม่เคยรักษา คุณให้โอกาส ให้ความไว้ใจ ให้เกียรติเขา

ความเคยชินของขอทาน มักจะมีนิสัยขอนั่นขอนี่ อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ ไม่เคยคิดหาเอง

เพราะขอมันง่าย ไม่ต้องลงทุน จึงมีเรื่องเล่าว่า มีชายพเนจรคนหนึ่ง มาขอเงินที่หน้าบ้านของสมชาย สมชายให้ไป 10 บาท

วันที่ 2 ชายคนนี้ก็มาขออีก สมชายก็ให้ไปอีก 10 บาท สมชายให้ทานแก่ชายคนนี้อย่างนี้ทุกวันเป็นเวลา 2 ปี

อยู่มาวันหนึ่ง สมชายได้ให้เงินชายคนนี้ไป 5 บาท จากที่เคยได้ 10 บาท พอวันนี้ได้ 5 บาท ชายพเนจรจึงถามสมชายว่า

“ ทำไมวันนี้คุณให้ผมแค่ 5 บาท ”

“ ผมแต่งงานแล้ว มีภาระค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น ” สมชายตอบออกไป

“ แล้วแกเอาเงินของฉันไปเลี้ยงเมียแกใช่ไหม ” ชายพเนจรถามด้วยความโมโห

หลังจากนั้นก็อาลวาดโวยวายใหญ่ เพราะได้น้อยลงจากที่เคยได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อคุณมักให้อะไรฟรีกับใครๆ และเขากลายเป็นผู้รับจนเป็นนิสัย มันไม่ใช่การช่วยเหลือเขา

แต่เป็นการส่งเสริมให้เขาเป็นผู้รับ จนติดเป็นนิสัย และเห็นแก่ตัว ไม่ว่าที่ผ่านมา คุณจะเคยช่วยเหลือเขามากี่สิบครั้ง

เขาไม่จำ ครั้งเดียวที่เขาจำได้คือ ครั้งที่คุณไม่ได้ช่วย ดั่งเช่น คน 7 ประเภทนี้ ที่ควรเลิกคบหา เสียเวลาชีวิต

1. พูดว่าตำหนิแต่คนอื่น

ไม่มีใครที่ไม่ถูกนินทา หรือถูกพูดลับหลังก็จริง ยิ่งเวลาชาวแกงค์รวมตัวกัน

จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะสุมหัวกันเม้ามอยคนอื่น แต่สำหรับคนที่เจอทีไร ก็ไม่มีเรื่องสร้างสรรค์อื่นๆ มาพูดมาคุยบ้าง

มีแต่เรื่องว่าคนอื่นล้วนๆ คนนั้นก็ไม่ดี คนโน้นก็ไม่ดี ว่าแต่คนอื่น จ้องจับผิดแต่คนอื่นไปทั่ว มีอยู่คนเดียวที่ดีคือตัวเอง

2. ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่าเพื่อน

ถึงจะบอกว่าสนิทกันแค่ไหน ควรเว้นระยะ และเข้าใจคำว่า พื้นที่ส่วนตัวด้วย ถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเท่าไหน

ถึงเรียกว่าไม่ล่วงเกินขอบเขต เอาหลักง่ายๆ ไม่อยากให้ใครทำกับเราแบบไหน ก็อย่าทำแบบนั้น แต่กับบางคนเขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่า

สิ่งที่ทำน่ะมันเกินขอบเขต น้องๆ อาจจะพูดกับเพื่อนไปตรงๆ แต่ก็อย่าใช้คำพูดรุนแรง

หรือถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่อง เขายังทำแบบเดิมซ้ำๆ สถานะมายเฟรนด์ก็คงต้องลดเหลือแค่คนเคยรู้จักพอ

3. ยืมเงินแต่ไม่คืน

มีหลายคนแล้วที่ต้องแตกหักกันเพราะเรื่องเงิน เป็นเพื่อนกันยามเดือดร้อน ถ้าช่วยเหลือได้ก็สมควรที่จะช่วยเหลือกันค่ะ

แต่ในกรณีที่ ถ้าเพื่อนคนไหนมายืมเงินเราบ่อยๆ แต่เวลาคืนกลับทำเหมือนไม่อยากคืน

และแกล้งทำเป็นลืมๆ ผลัดวันประกันพรุ่ง เกิน 3 ครั้ง ก็โบกมือบ๊ายบาย ซาโยนาระ เลยดีมั้ย

4. เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

รับฟังความต่างไม่ได้ ไม่รับฟังความคิดเห็นใคร บางครั้งสิ่งที่คนเราคิดอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป

คนรอบข้างที่เขาเตือนก็ควรจะรับฟัง แล้วเอามาไตร่ตรองดู ไม่ใช่ไม่ฟังใคร ไม่เปิดใจ ดีแต่จะให้คนรอบข้างฟัง

และทำตามอย่างที่ตัวเองคิดเพียงอย่างเดียว คนที่เป็นเพื่อนกันก็ต้องรู้จักพูด พร้อมกับขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักฟังเพื่อนด้วย

ไม่ใช่เอาแต่ความคิด และตัวเองเป็นที่ตั้ง ใครเขาจะอยากร่วมเคียงข้างไปกับคุณได้ทุกเวลา

5. เพื่อนพาเลว

กิจกรรมห่ามๆ เชื่อว่าวัยรุ่นทุกคนก็คงอยากลอง แต่ครั้นหากเจอเพื่อนที่ชวนทำแต่เรื่องเลวๆ ตลอด

อาทิ มั่วสุมอบายมุข ไม่เคยจะชวนกันไปทำกิจกรรมอะไรสร้างสรรค์ แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออก

ขั้นแรกก็เตือนเพื่อนหน่อย ถ้ายังไม่ฟังก็ถอยออกมาดีที่สุด

6. ให้ช่วยตลอด 24 เหมือนเป็นอีกอวัยวะในร่างเธอ

เป็นเพื่อนกันต้องช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน ใช่ค่ะ เป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่หากเจอเพื่อนประเภทแบบว่า

ให้ช่วยทุกเรื่อง ช่วยแทบจะ 24 ชั่วโมง เรื่องเล็กๆ น่้อยๆ ที่ลงมือทำเองได้ก็ไม่ทำ แต่ให้เพื่อนช่วย

พอไม่ช่วยก็มีอาการขุ่นเคืองโน่นนี่นั่น อย่าเสียเวลาเลยค่ะเจอคนแบบนี้ วิ่งออกมาเลยเถอะ

7. กินเผือกเป็นนิจ

เคยได้ยินไหม หวังดีกับเผือกมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ กรณีจะว่าไปก็อยู่ในหมวดไม่รู้จักขอบเขต

ของสถานความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนก็ได้เช่นกัน คืองี้นะจะบอกให้ว่า หวังดี เป็นห่วงเพื่อนน่ะ มันเป็นสิ่งที่

เป็นคุณสมบัติของเพื่อนคนนึงที่ควรทำ หากน้องๆ ย้อนถามว่าไหนบอกว่าไม่ชอบแบบไหนก็อย่าทำแบบนั้น

หนูชอบแบบนี้เลยทำกับเพื่อนไง แต่บางทีเรื่องส่วนตัวเขาเราก็ควรดูปฏิกิริยาเพื่อนด้วยว่า เขาแฮปปี้กับสิ่งที่เราทำมั้ย

อย่าให้เขาต้องอึดอัด เพราะอย่างที่บอก ความหวังดีของเราจะกลายดูเป็นเพื่อนที่โคตรเผือก บอกเลย