10 คำพูดดีๆ ที่ลูกอยากได้ยิน จากปากพ่อกับแม่

10 คำพูดดีๆ ที่ลูกอยากได้ยิน จากปากพ่อกับแม่

สังคมเราเป็นสังคมที่คนจน มีเยอะกว่าคนรวย นั่นจึงไม่แปลกที่หลายครอบครัว มีลูกมาไว้เพื่อ “ใช้งาน” และพึ่งพาตอนแก่

แต่การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้โตมาเป็นคนที่ “คิดได้” และกตัญญูรู้คุณนั้น เป็นเรื่องที่ “ค่อนข้างยากมาก”

หลายคนถูกปลูกฝังมาให้คุ้นเคยกับการ “ขอเงิน” การยืมเงิน หรือแม้แต่การโกงกิน ทำให้ผ้าขาวต้องโตมา

ในอนาคตที่ไม่สดใสเท่าไหร่ รู้ไหมคะว่า “การคาดหวังกับลูกมากเกินไป” ก็มีผลทำให้ชีวิตเขาต้องพังพินาศด้วยเช่นกัน

พ่อแม่บางคนก็ “บังคับ” ให้ลูกเรียนๆๆ เพื่อจะได้เป็นที่ 1 บางคนเลี้ยงลูกด้วยความรักแต่ไม่มีเงินให้

ลูกจึงไม่ได้รับโอกาสดีๆ เหมือนลูกคนอื่น พ่อแม่บางคนก็มีให้แค่ “เงิน” แต่ไม่เคยมีความอบอุ่นให้เลย

วันนี้เราจึงอยากเปิดใจกันตรงๆ ถึงสิ่งที่จริงๆ แล้ว ลูกๆ อยากได้จากพ่อและแม่ของเขา

10 คำนี้เป็นคำที่เรา ควรพูดกับลูกๆ ของเราเป็นประจำ เพราะจะช่วยหล่อหลอมจิตใจ

ให้เขาโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นได้ หากเขาโตมาเป็นคนดีแล้ว ความเก่งก็พัฒนากันได้ค่ะ

1. พ่อกับแม่ “รัก” ลูกมากนะ

แน่นอนว่าลูกคือดวงใจของพ่อกับแม่ แต่การละเลยคำพูดง่ายๆ และมีค่าขนาดนี้ มันก็เป็นสิ่งผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่พอควร

เพราะคนหลายคนไม่มีโอกาส ที่จะบอกรักลูกในวินาทีสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ ในทางกลับกัน ไม่ว่าจะเป็นลูก หรือพ่อกับแม่

รวมไปถึงคนทุกบ้าน ก็ควรให้ความสำคัญกับความรัก และคำพูดไปพร้อมๆ กัน ก่อนที่พ่อกับแม่จะไม่มีลูกให้บอกรัก

หรือลูกบอกรักพ่อแม่ในวันที่สายเกินไป ทั้งนี้อย่าเอาแต่แสดงความรัก และเชื่อว่าลูกคงรู้อยู่แล้ว ว่าพ่อกับแม่รักลูกมากขนาดไหน

เพราะบางเวลา คำพูดก็สำคัญไม่แพ้การกระทำเช่นกัน ดังนั้น บอกรักลูกบ้าง เขาจะได้ทราบว่าจริงๆ แล้ว พ่อกับแม่รักลูกมากขนาดไหน

2. พ่อกับแม่ “ภูมิใจ” ในตัวลูกมากนะ

มันอาจมีสักอย่าง ที่ลูกทำให้พ่อกับแม่รู้สึกภูมิใจมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเป็นสุภาพบุรษ มีน้ำใจ

หรือแสดงความสามารถพิเศษให้เห็นอยู่เสมอ พ่อกับแม่ทุกบ้านควรลองนึกดูดีๆ ว่า ข้อดีของลูกคืออะไร แล้วสิ่งใดที่ทำให้

พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวเขา ก็ใช้ช่วงเวลาดีๆ บอกให้ลูกได้รับรู้บ้างว่า “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน”

เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำ มันจะเปลี่ยนเป็นพลังและกำลังใจให้ลูกได้ อย่างมหัศจรรย์ทีเดียว

3. พ่อกับแม่ “สนับสนุน” ลูกเสมอนะ

พ่อกับแม่ทุกบ้าน ควรตระหนักอยู่เสมอว่า “ลูกไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ลูก” เพราะฉะนั้น อย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับตัวเองสมัยเด็กๆ

บางอย่างที่พ่อกับแม่ชอบ ลูกอาจไม่ชอบ มุมมองที่ต่างกัน หากไม่เข้าใจกันก็ทำให้มีปัญหากันได้ และถ้าหากเด็กบางคนถูกบังคับมากๆ

ก็จะรู้สึกว่าเขาไม่มีความเป็นส่วนตัว ไร้อิสระ ท้อแท้ และไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ขณะที่บางคนโตมาในครอบครัวนักกฎหมาย

แต่ต้องการเป็นนักเขียน หรือบางคนมีความต้องการใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น ไม่ว่าเขาจะเลือกเป็นอย่างไร หากสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ดี

พ่อกับแม่ก็ควรสนับสนุนพวกเขา เพียงแค่บอกว่า “พ่อกับแม่ยังคงเข้าใจและสนับสนุนลูกทุกเมื่อ หากสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีและลูกต้องการ”

4. พ่อกับแม่ “เชื่อมั่น” ในตัวลูกนะ

ช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างอาจเข้ามา จนพ่อกับแม่ตั้งตัวไม่ติด

ลูกอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ หรือลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากใครเคยเจอปัญหาลูกอยู่ในช่วงสับสนแบบนี้

ลองบอกลูกว่า “พ่อกับแม่เชื่อมั่นในตัวลูกมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อและแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ”

5. พ่อกับแม่ “ขอโทษ” นะลูก

บางครั้งการขอโทษ มันอาจยากที่จะพูด แล้วยิ่งคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญ กับความเป็นพ่อและแม่ค่อนข้างสูง

การที่พ่อแม่กล่าวคำขอโทษกับลูก เมื่อทำผิดพลาดนั้น ไม่ได้หมายความว่า ลูกจะดูถูกความเป็นพ่อเป็นแม่

ในทางกลับกัน การที่พ่อกับแม่ยอมรับและกล้าขอโทษนั้น มันทำให้ทุกคนในบ้าน เรียนรู้ที่จะเคารพตัวเอง

เพราะกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป อีกทั้งยังเคารพความรู้สึกของผู้อื่นด้วย

6. ลูกเป็น “เด็กดี” ของพ่อกับแม่นะ

เพราะการที่เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้ มันจะทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น

และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย

7. แม้พ่อกับแม่จะเลิกกัน แต่ลูกไม่ต้อง “เลือกรัก” หรอกนะ

ข้อนี้จะดีสำหรับครอบครัวที่พ่อกับแม่ มีเหตุที่ต้องเลิกรากันไป ทำให้เด็กตกอยู่ในภาวะสับสน เลือกว่าจะต้องอยู่กับใคร

หากลูกอยู่กับแม่ แม่มักจะสอนให้รักแม่ แต่เกลียดพ่อ หรือหากอยู่กับพ่อ ก็ต้องรักพ่อ และเกลียดแม่ เป็นต้น

8. พ่อกับแม่ “ยอมรับ” ในสิ่งที่ลูกเป็นนะ

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมากเท่าไหร่ เขายิ่งต้องการ การยอมรับจากพ่อและแม่มากขึ้นเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว

ลูกมักจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้พ่อกับแม่ยอมรับในตัวเขา และการที่ลูกรู้ว่า พ่อกับแม่ยอมรับในสิ่งที่ลูก

เลือกจะเป็นแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่า พ่อกับแม่ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใด อีกทั้งยังคงรักและเข้าใจอยู่เสมอด้วย

เพียงแค่พ่อแม่บอกกับลูกว่า “พ่อกับแม่เข้าใจและยอมรับลูกเสมอ ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

9. พ่อกับแม่ “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” นะลูก

บางครั้งพ่อกับแม่อาจจะพูดอะไรสักอย่าง ที่ลูกฟังแล้วรู้สึกเสียใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อกับแม่อาจพูดไป

โดยไม่ทันได้คิด ดังนั้น หากพ่อกับแม่ทราบว่า ลูกเสียใจกับสิ่งที่ได้พูดออกไป ก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจ

ว่าหมายความอย่างไรกันแน่ อย่าให้ลูกเข้าใจผิดๆ ทางที่ดีก็ควรพูดจาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจะดีกว่า

10. ลูกคือ “คนสำคัญ” ของพ่อกับแม่นะ

ข้อนี้อาจเป็นคำที่สำคัญอันดับต้นๆ ด้วยซ้ำ เพราะความเป็นจริงแล้ว ลูกคือคนสำคัญและคนพิเศษ

สำหรับพ่อกับแม่เสมอ แต่จะมีสักกี่ครั้งที่พ่อแม่ได้บอกให้ลูกรับรู้ จากปากของตัวเอง เชื่อเถอะว่าหากบอกให้ลูกรู้

สิ่งที่จะได้รับกลับมานั้น ย่อมมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เพราะนั่นคือสายใยความรัก ระหว่าง พ่อ แม่ และลูก

ที่มา Forward Mail