17 วิธีสอนลูก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคนเก่งและดี เติบโตอย่างมีความสุข

17 วิธีสอนลูก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคนเก่งและดี เติบโตอย่างมีความสุข

1. ฝึกให้ลูกแก้ปัญหาด้วยตนเอง

การที่พ่อแม่ ตามแก้ปัญหาให้ลูกตลอด จะทำให้เขาขาดทักษะในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ไม่พัฒนาความสามารถของตัวเอง และกลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในที่สุด

2. ชื่นชมกับความพยายามของลูก ไม่ว่าลูกจะทำสำเร็จหรือล้มเหลว

เมื่อโตขึ้นจะพบว่า สิ่งต่างๆ ระหว่างการเดินทางนั้น มีค่ามากกว่าจุดหมายปลายทาง

เมื่อลูกตั้งเป้าหมายที่จะทำอะไรบางอย่าง แต่ต้องสะดุดล้ม หรือพลาดพลั้งไป

เราจงให้กำลังใจ และชื่นชมความพยายามของลูก อย่าทำให้ลูกรู้สึกอายจนหยุดพยายาม

3. กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น

การตั้งคำถามซ้ำซาก ไร้สาระ ไม่จบไม่สิ้น จะทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อย และเบื่อหน่าย

ผู้ปกครองควรตั้งคำถาม ให้ลูกได้คิดและเรียนรู้ว่า โลกนี้กว้างใหญ่และน่าสนใจแค่ไหน

มีหลายสิ่งหลายอย่างอีกมากมาย ที่เรายังไม่ได้เรียนรู้

4. ฝึกให้กำลังใจ เพื่อสร้างความสามารถ

ควรให้กำลังใจลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกกดดันมากเกินไป

5. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การแสดงออกของลูก

ไม่มีสิ่งใดทำให้ลูกท้อใจ เท่ากับการวิพากษ์วิจารณ์ ในความพยายามของเขา

เราควรให้คำแนะนำ หรือข้อชี้แนะแก่ลูก ตามความเหมาะสมและประสบการณ์

แต่ไม่ต้องไปตัดสินว่าดีหรือแย่ เพราะหากลูกเกิดกลัวความล้มเหลวขึ้นมา

หรือกังวลว่าจะไม่ถูกใจเรา ทำให้เราโกรธและผิดหวัง ลูกจะไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่อีกเลย

6. ปล่อยให้ลูกได้แสดงพฤติกรรมตามวัย

ไม่ต้องคาดหวังให้ลูก แสดงพฤติกรรมเหมือนผู้ใหญ่ ปล่อยให้พวกเขาเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติดีกว่า

เพราะการตีกรอบให้ลูกปฏิบัติตาม จะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ที่พึงมีไปเสียหมด

7. เปิดประตูสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ

ในฐานะผู้ปกครอง เราควรช่วยเปิดโอกาสให้ลูก มีประสบการณ์ในโลกกว้างมากขึ้น

เพื่อเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆ ก็จะสามารถหาวิธีเอาชนะมันได้ในที่สุด

8. ให้ลูกลองทำสิ่งที่ท้าทาย

สอนลูกให้ตั้งเป้าหมายเล็กๆ เพื่อไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายใหญ่ๆ

เพิ่มความมั่นใจให้ลูก ด้วยการสอนให้มีความรับผิดชอบตามวัย

9. หลีกเลี่ยงการซิกแซก

เมื่อตกลงกันยังไง ก็ต้องเอาตามนั้น ห้ามมีข้อยกเว้นให้ลูก ห้ามให้สิทธิพิเศษใดๆ

10. สอนให้ลูกอดทน และยืดหยุ่นทุกสถานการณ์

เมื่อลูกเผชิญความทุกข์ยากลำบาก จะเข้าใจว่าชีวิตจริงนั้น ไม่มีความยุติธรรม และไม่มีอะไรที่ง่ายเสมอไป

พ่อแม่ควรชี้ให้เห็นว่า เมื่อเราอดทนได้ ปรับตัวเก่ง ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆ จะช่วยให้ผ่านพ้นความลำบากไปได้

11. ให้ลูกเรียนรู้จากความล้มเหลว

ความล้มเหลวเป็นรากฐานการเรียนรู้ทุกสิ่ง เป็นโอกาสที่จะได้เติบโตและก้าวหน้า

อย่าปกป้องลูกมากเกินไป ยอมให้ลูกล้มเหลวบ้าง ผิดพลาดบ้าง เพื่อตัวเขาเอง

12. ชมเชยในความกล้าหาญ เมื่อลูกลองทำสิ่งใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทีมบาสเกตบอล หรือการลองเล่นโรลเลอร์สเก็ต ผู้ปกครองควรชื่นชม

และให้กำลังใจเมื่อลูกทำสิ่งใหม่ๆ โดยใช้คำพูดง่ายๆ เช่น เก่งมากเลย, พรุ่งนี้ต้องเก่งกว่านี้แน่ ฯลฯ

13. เป็นตัวอย่างให้ลูกดู หากจะทำให้สำเร็จ ต้องทำอย่างไรบ้าง

พ่อแม่เป็นฮีโร่ในใจของลูก จนกระทั่งลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ควรใช้โอกาสนี้ สอนลูกให้รู้จักวิธีคิด

การแสดงออก และคำพูด เพื่อเป็นตัวอย่าง และแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก เพราะลูกเติบโตมากับเรา

เฝ้าดูความสำเร็จของเรา แสดงให้เขาเห็นว่า ลูกสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกันกับเรา

14. อย่าบอกลูก เมื่อเรามีความกังวลใจกับลูก

ผู้ปกครองที่กังวลใจ มักแปลความหมายได้ว่า ไม่เชื่อมั่น ดังนั้น

การแสดงความมั่นใจของผู้ปกครอง จะส่งผลต่อความมั่นใจของลูกด้วย

15. แสดงออกอย่างตื่นเต้น เมื่อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ลูกจะเฝ้ามอง และเรียนรู้ว่า พ่อแม่รู้สึกอย่างไรต่อสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับเขา ถ้าเราตื่นเต้นกับวิธีการว่ายน้ำ

หรือการพูดภาษาใหม่ๆ ลูกๆ ก็จะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย การเรียนรู้แม้จะเป็นสิ่งที่ยาก

แต่หากทำให้ประสบความสำเร็จได้ ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้น

16. เข้าช่วยเหลือ และสนับสนุนลูก

แต่ต้องไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป ให้ดูตามความเหมาะสม และอุปนิสัยของลูกเป็นหลัก

แต่ละคนต่างก็ต้องการความช่วยเหลือไม่เท่ากัน บ้างก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง บ้างก็ชอบให้มีคนมาช่วย

ต้องรักษาความพอดีไว้ให้ได้ ไม่ประคบประหงมจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลยด้วยเช่นกัน

17. เป็นผู้ปกครองที่เข้าใจลูก

ไม่บังคับหรือเข้มงวดเกินไป เพราะจะทำให้ลูกขาดความมั่นใจ และไม่กล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง

พ่อแม่ต้องยอมให้ลูก รู้จักลองผิดลองถูก เพื่อสร้างลูกให้เป็นคนเก่ง และคนดีในอนาคต

เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวนะ

ขอบคุณที่มา m g r o n l i n e

เรียบเรียงโดย อ่านสนุก