ความคิดของเรา มีผลต่อเส้นทางชีวิต อ่านแล้วได้กำลังใจ

ความคิดของเรา มีผลต่อเส้นทางชีวิต อ่านแล้วได้กำลังใจ

แม่บ้านได้ว่าจ้างช่างทาสี มาทาสีภายในบ้าน พอช่างทาสีเริ่มเข้ามาทำงานที่บ้าน

ก็พบว่าพ่อบ้านของที่นี่ เป็นคนตาบอด เขารู้สึกเห็นใจครอบครัวนี้อย่างมาก

แต่พ่อบ้านเป็นคนจิตใจเบิกบาน ช่างทาสีทำงานอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายวัน

พวกเขาพูดคุยอย่างเป็นกันเองและสนุกสนาน พอเสร็จงาน ช่างทาสีวางบิลเก็บเงิน

แม่บ้านพบว่า จำนวนเงินค่าจ้างนั้น ถูกกว่าที่ตกลงกันไว้เยอะ

เธอจึงถามช่างทาสีว่า “ทำไมลดค่าบริการให้มากมายขนาดนี้”

ช่างทาสีบอกเธอว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับคุณผู้ชาย

ทัศนคติดีๆ ของเขาที่มีต่อชีวิต ทำให้ผมรู้สึกว่า สภาพของผมไม่ได้ย่ำแย่นัก

ผมจึงตัดสินใจลดค่าบริการให้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณของผมต่อคุณผู้ชาย”

คำสรรเสริญของช่างทาสี ที่มีต่อสามีของเธอ ทำให้เธอน้ำตาซึม

เพราะว่าช่างทาสีที่มีน้ำใจแสนประเสริฐคนนี้ “เขามีแขนเพียงข้างเดียว”

ทัศนคติก็เหมือนแม่เหล็ก ไม่ว่าความคิดเห็นของเรา จะเป็นบวกหรือลบ

มันจะเป็นแรงชักจูงต่อเส้นทางข้างหน้าของเรา เพราะความคิดเห็นเหล่านั้นก็เหมือนวงล้อ

มันจะเดินไปข้างหน้า ตามความคิดเห็นของเราเสมอ เราอาจแก้ไขสิ่งแวดล้อมที่เป็นลบ

รอบตัวเราไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนทัศนคติของเรา ให้เป็นบวกต่อสิ่งเหล่านั้นได้

คนคิดลบมักทุกข์กับสิ่งที่ขาด แต่คนคิดบวกมักสุขกับสิ่งที่มี

ขอขอบคุณ ขจรศักดิ์