เตือนสติได้ดีมาก คนโง่เอาใจไว้ที่ปาก คนฉลาดเอาปากไว้ที่ใจ

เตือนสติได้ดีมาก คนโง่เอาใจไว้ที่ปาก คนฉลาดเอาปากไว้ที่ใจ

คนฉลาดเอาปากไว้ที่ใจจะปากหนัก (ไม่ค่อยพูดมาก) คนโง่เอาใจไว้ที่ปาก ใจมันไม่อยู่ที่ตัว ใจมันไปอยู่ที่ปาก มันจึงพูดไปวันยังค่ำ

ความสำคัญของตัวเองที่ควรเข้าใจกันไว้ “อัตตัญญุตา” คือ ความรู้จักตน และก็ประพฤติปฏิบัติให้สมกับฐานะของตน

ต้องรู้ว่าสถานภาพของเราเป็นอย่างไร ในวัด บ้าน โรงเรียน สถานที่ราชการ เราควรวางตัว ทำตัวอย่างไร

แต่การวางตัว ไม่ใช่การถือตัว อันนี้ขอฝากไว้เป็นข้อคิด อยู่ให้พอเหมาะพอดี มีศีลาจารวัตรอันงดงาม สงบเสงี่ยมเจียมตัว

การพูดจาปราศัยก็พูดเฉพาะที่จำเป็น ที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด การจะพูดจาอะไร ต้องนึกคิดพิจารณาเสียก่อน

ใช้สติสัมปชัญญะไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ว่าสมควรหรือไม่ อย่างนี้เป็นการดี จะทำอะไร อย่าให้ขาดสติสัมปชัญญะ

อย่าทำอะไรเหมือนคนตาบอด อย่าให้เข้าทำนองที่กล่าวว่า “คนโง่เอาใจไว้ที่ปาก” คือ คิดอะไรก็ไหลออกปากทันที จะไม่ดี

ส่วน “คนฉลาดเขาเอาปากไว้ที่ใจ” คือ เวลาเขาจะพูด เขาจะคิดไตร่ตรอง ย้อนแล้วย้อนอีกว่าจะมีผลดี ผลเสีย

และมีผลกระทบ ทั้งส่วนตนเองและคนรอบข้างอย่างไร ซึ่งเขาจะกลั่นกรองเสียก่อนจึงพูดออกมา

อันนี้ให้จำใส่ใจเอาไว้ นี่คือ “อัตตัญญุตา” คือการรู้จักวางตน หรือทำตนอย่างไร นอกจากรู้จักตน ตั้งตนให้อยู่พอเหมาะพอดีแล้ว

ก็จงพยายามพัฒนาตนเอง ให้เป็นที่พึ่งของตัวเองได้ด้วย อย่าได้คอยแต่จะพึ่งพาอาศัยคนอื่น ข้อสำคัญที่สุดคือ การรู้จักตนเอง

ควรนึกเน้นให้มันลึกเข้าไป พยายามฝึกหัดดัดนิสัยของตัวเอง พยายามปกครองตนเองให้ได้ ให้ตนเองเป็นที่พึ่งของตนได้จริงๆ

สุภาษิตท้ายบท

“โมกโข กัลยาณิยา สาธุ” แปลว่า การเปล่ง/กล่าว วาจางาม ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ

“มุตวา ตัปปติ ปาปิกัง” แปลว่า คนใดพูดวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน

ที่มา พระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พรหมจักโก) วัดพุทธบาทตากผ้า