น่าเศร้านะ ถ้ากระดาษที่ห่อหุ้ม..ดีกว่าเนื้อภายใน (ข้อคิดจาก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)

น่าเศร้านะ ถ้ากระดาษที่ห่อหุ้ม..ดีกว่าเนื้อภายใน (ข้อคิดจาก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)

ครั้งหนึ่ง ท่านเอกอัครราชทูตเยอรมัน มาขอพบไอน์สไตน์ที่บ้าน ภรรยาของไอน์สไตน์ถามสามีว่า “ทำไมคุณไม่ไปเปลี่ยนชุดที่มันเรียบร้อยกว่านี้เล่า?”

ไอน์สไตน์ตอบว่า “ถ้าเขาอยากพบตัวฉัน ฉันก็อยู่นี่แล้วไง แต่ถ้าอยากดูเสื้อผ้าของฉัน ก็พาเขาไปเปิดตู้เสื้อผ้าดูสิ”

ผมชอบไอน์สไตน์ มิใช่เพราะเขาฉลาดปราดเปรื่องเกินมนุษย์ทั่วไป ที่คิดสมการพิสดารออกมาได้ หากเพราะเขาเป็นคนขวานผ่าซาก ผ่าตรงเป้า คิดง่ายๆ เสมอ

หลายปีมาแล้ว ผมลองไปเรียนเรื่องมารยาทสังคม จากสถาบันสอนบุคลิกภาพแห่งหนึ่ง ได้ความรู้ติดหัวมาว่า “การแต่งกายดีนั้น ก็เพื่อให้เกียรติสถานที่ที่เราไป”

มาครุ่นคิดนานหลายปีว่าจริงหรือ? และถ้าจริง..จำเป็นหรือ? เวลาเราไปงานแต่งงานของใครสักคู่ เราสวมสูทและชุดราตรี เหตุผล? เพราะเป็นมารยาทสังคม

เพราะเป็นการให้เกียรติคู่บ่าวสาวในงานสำคัญของพวกเขา เพราะเป็นการให้เกียรติสถานที่หรูหรา และเพราะสุภาพชนพึงทำเช่นนั้น

อดคิดต่อไม่ได้ว่า อะไรคือความสุภาพ? อะไรคือมาตรวัดความสุภาพ? คือการพูดคำว่า “ครับ/ค่ะ” ตลอดเวลา? หรือการแต่งกายอย่างเหมาะสม? หรือทั้งสองอย่าง?

ถ้าใช่ อะไรเป็นมาตรวัดความเหมาะสมของการแต่งกาย? โรงแรมระดับห้าดาวส่วนใหญ่ ไล่แขกที่สวมรองเท้าแตะออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น (มักใช้คำว่า ‘เชิญ’)

ทั้งที่รองเท้าแตะก็ปกป้องตีนได้ดี ไม่แพ้เกือกบู๊ทหรือรองเท้าหุ้มส้น และคนสวมรองเท้าแตะก็สามารถเอ่ยคำว่า “ครับ/ค่ะ” ได้เช่นกัน

ดูเหมือนค่านิยมของสังคม จะเดินไปในทิศทางที่ว่า ‘ความสุภาพ’ ของการแต่งกาย วัดกันที่ ‘แบบ’ ของเสื้อผ้า เช่น รองเท้าแตะไม่เรียบร้อย รองเท้าฟองน้ำไม่สุภาพ

การไม่เสียบชายเสื้อเข้าในกางเกงน่าดูแคลน ผมเคยทดลองสวมเสื้อยืดกับรองเท้าแตะเข้าไปในร้านหรู ไม่มีพนักงานคนใดเดินมาต้อนรับเลย

ซึ่งตรงกันข้ามกับเมื่อสวมเสื้อผ้าแบบ ‘สุภาพชน’ เสื้อเชิร์ตแขนยาว รองเท้าหนังมันเงา เข้าไปในร้านเดียวกัน พนักงานเข้ามาพูดจาอย่างสุภาพ

เพราะปรัชญาการทำธุรกิจของหลายองค์กร ไม่ต้อนรับ ‘ผ้าขี้ริ้วห่อทอง’ หรืออย่างน้อยก็ไม่เชื่อว่า ภายในผ้าขี้ริ้วมีทอง

ไอน์สไตน์กล่าวว่า “คนจำนวนมากรู้สึกละอายที่สวมเสื้อผ้าเก่า และใช้เครื่องเรือนคร่ำคร่า เราน่าจะละอายในความคิดเก่าคร่ำครึ กับปรัชญาไร้ค่ามากกว่า น่าเศร้านะถ้ากระดาษที่ห่อหุ้ม..ดีกว่าเนื้อภายใน”

คนถ่อยสวมสูทตัวละแสนบาท ก็ยังเป็นคนถ่อยอยู่เช่นเดิม

ความจริงคือ มารยาทย่อมไม่มีกฎเกณฑ์ การสวมชุด ‘สุภาพชน’ มิได้เป็นการให้เกียรติต่อทั้งสถานที่ และบุคคลเสมอไป

การเปลือยกายในสังคมหนึ่ง อาจเป็นเรื่องน่าละอาย ขณะที่เป็นค่านิยมปกติในอีกสังคมหนึ่ง

ความจริงการเปลี่ยนแปลงกติกาของการแต่งกายเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อโลกแคบลง และความเป็นสากลสูงขึ้น ปัญหามักเกิดจากความพยายามเปลี่ยนตัวเอง

เพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมที่ (เราคิดว่า) เหนือกว่าเรา อย่างไม่มีราก อย่างหลับหูหลับตา และตีค่าของคนที่เปลือกนอก มากกว่าภายใน

ดังนี้ สวมชุด ‘สุภาพชน’ ก็ไม่ผิด ไม่สวมชุด ‘สุภาพชน’ ก็ไม่ผิด การสวมชุดสีแดงไปงานศพ หรือชุดสีดำไปงานมงคลก็ไม่ผิด

แต่สุภาพชนที่แท้ ย่อมมองไกลกว่าเครื่องแต่งกาย สุภาพชนที่แท้ ย่อมเป็นอิสระจากการเดินตามกฎ และการไม่เดินตามกฎ

อิสรภาพ หมายถึง การไม่ยึดติดกับค่านิยมของสังคม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน เพียงเพื่อแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า ตนเองไม่ยึดติดกับค่านิยมของสังคม

ที่มา เปลือกของสุภาพชน, รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง, วินทร์ เลียววาริณ