4 เรื่องที่เราจะได้เห็นในยุคนี้ ถึงจะตกต่ำย่ำแย่ แต่ก็ทำให้เราตาสว่าง

4 เรื่องที่เราจะได้เห็นในยุคนี้ ถึงจะตกต่ำย่ำแย่ แต่ก็ทำให้เราตาสว่าง

1. เห็นท่าที่ขององค์กรที่ทำงานอยู่

บางองค์กรมักจะอ้างว่าได้รับผลกระทบ แบกรับภาระไม่ไหว ถือโอกาสเลิกจ้างไปซะอย่างนั้น

ปลดเพราะอยากจะปลดอยู่แล้ว ขณะที่ทุกคนต้องพึ่งพารายได้จากงานประจำในช่วงนี้ และการหางานใหม่ก็ไม่ง่ายเลย

เข้าใจว่าทุกคน ได้รับผลกระทบจากเรื่องพวกนี้ แต่ก็มีอีกหลายๆ บริษัทที่ไม่ลดเงินเดือน และไม่ปลดใครออก

ประคับประคองกันไป ใครที่ตกงานอยู่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะ ส่วนใครที่ยังไม่ตกงาน ก็อย่าได้ประมาทเด็ดขาด

2. ได้เห็นว่าอาชีพที่มั่นคงไม่มีอยู่จริง

อย่างนักบิน แอร์โฮสเตส ไกด์นำเที่ยวในประเทศที่การท่องเที่ยวบูมมาก ผ่านมาในไม่กี่ปีนี้

ตกงานกันหมด ยังไม่รวมไปถึงอาชีพที่เกี่ยวกับงานบริการ พนักงานขับรถสาธารณะ ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะที่บางอาชีพยังสามารถทำงาน Work from Home ได้ แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือ หากเหตุการณ์มันแย่ไปกว่านี้

3. เห็นท่าทีที่แท้จริง และความมีน้ำใจของแต่ละคน

บางคนก็แอบกักตุนสินค้า เพราะมองว่ามันคือโอกาสทำเงิน บนความทุกข์ของคนอื่นเขา

บางคนกลับบริจาคเงินเป็นล้าน จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้แต่ข้าวสารอาหารแห้ง

สิ่งของจำเป็นต่างๆ แจกจ่ายให้กับคนที่ได้รับความเดือดร้อน ทีนี้เราจะได้รู้กันว่าใครเป็นอย่างไร

4. พิสูจน์ให้เห็นว่า การมีเงินออม 3 ถึง 6 เดือนนั้น มันคือสิ่งที่จำเป็นมาก

หลายคนเดือดร้อนเพราะที่ผ่านมา ไม่เคยคิดที่จะออม ก็พอเข้าใจสำหรับคนรายได้น้อยจริงๆ เดือนชนเดือนแทบไม่พอใช้

แต่บางคนรายได้กลางๆ ดันติดหรูสร้างหนี้ พึ่งแค่เงินเดือนจากงานประจำ แล้วพอเกิดโควิดตกงาน จบกันทุกอย่าง

บางคนเดือดร้อนแต่ไม่หนักมาก เพราะใช้ชีวิตพอเพียงอยู่แล้ว เก็บเงินเก่ง

เคยชินกับการกินอยู่อย่างประหยัด เลยปรับตัวได้ง่ายหน่อย ถึงคราวฉุกเฉินก็มีเงินสำรองไว้ใช้

การดูคนที่ดีที่สุด คือดูตอนเกิดวิกฤติ อยากรู้ว่าใครทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแค่ไหน ก็ให้ดูได้ในตอนนี้

ผู้บริหารมีศักยภาพมากขนาดไหน ในการบริหารจัดการกับวิกฤติต่างๆ

ใครมีเงินสำรองแค่ไหน ฐานะทางการเงินเข้มแข็งหรือไม่

เศรษฐีจะเห็นแก่ตัว ก็ดูได้จากน้ำใจช่วงนี้ ที่เขาหยิบยื่นให้

ที่มา : จันทร์เจ้า