6 ข้ออ้างของคนจน หากต้องการหลุดพ้น ต้องเปลี่ยนวิธีคิด และทัศนคติเสียใหม่

6 ข้ออ้างของคนจน หากต้องการหลุดพ้น ต้องเปลี่ยนวิธีคิด และทัศนคติเสียใหม่

แจ๊ค หม่า ผู้ที่เคยจนมาก่อน ตอนนี้เป็นมหาเศรษฐีระดับโลกไปแล้ว ได้พูดถึงคนจนไว้อย่างน่าสนใจ

คำพูดของเขา ไม่ได้มีความหมายในเชิงดูหมิ่น เหยียดหยามคนจน แต่เป็นการกระตุ้นให้คนจนได้คิด

และรู้สึกตัว เพื่อที่จะได้ฮึกเหิม และจัดการชีวิตของตัวเอง ให้ห่างหายจากความจนไปตลอดกาล

คำพูดของเขาสรุปได้ดังนี้ คนจนเป็นคนที่เอาใจยากที่สุด ต่อให้ทำงานอีก 10 ปี ก็จะยังจนเหมือนเดิม

ถ้าเราให้อะไรแก่คนจนแบบฟรีๆ เขาจะคิดว่านี่คือกับดัก เราคงหลอกล่อจะเอาอะไรบางอย่างจากเขา

1. ถ้าเราบอกให้เขาลงทุนน้อยๆ คนจนก็จะบอกว่าทำเล็กๆ ก็ได้กำไรนิดๆ หน่อยๆ สู้ไม่ทำเลยจะดีกว่า ทำไปก็เสียเวลาเปล่า

2. ถ้าเราบอกให้เขาลงทุนเยอะๆ สิ คนจนก็จะบอกว่า จะไปเอาเงินมากมายที่ไหนมาลงทุน พวกเขาไม่มีเงินหรอก ไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้

3. ถ้าเราบอกให้เขาลองทำธุรกิจใหม่ๆ หรือเริ่มทำในแบบที่ไม่ซ้ำใคร คนจนก็จะบอกว่าไม่มีประสบการณ์ ทำไปก็ไม่รอดหรอก

4. ถ้าบอกให้เขาทำธุรกิจดั้งเดิม สานต่อที่พ่อแม่ปู่ย่าทำมาแล้ว เขาจะบอกว่ามันยากนะ มีปัญหาจุกจิกวุ่นวายเต็มไปหมด และก็เหนื่อยมากด้วย

5. ถ้าบอกให้เขาทำธุรกิจสมัยใหม่ พวกเขาก็จะบอกว่า มันคือธุรกิจขายตรง เขาไม่อยากลดตัวลงไปเดินหาลูกค้า แล้วคอยง้อให้คนอื่นมาซื้อของหรอก

6. ถ้าบอกให้เขาเปิดร้านขายของ เขาก็จะบอกว่าต้องนั่งเฝ้าหน้าร้านทั้งวัน จะไปไหนก็ไปไม่ได้ อยากหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือหยุดยาวก็ทำไม่ได้อีก

แจ๊ค หม่า บอกว่า คนพวกนี้ชอบคุย และคบค้ากับพวกที่ล้มเหลวเหมือนตัวเอง

ชอบคิดมาก แต่ไม่ยอมลงมือทำอะไรสักอย่าง ทั้งชีวิตมีแต่คำว่า รอก่อน ดูก่อน

ยังไม่พร้อมตอนนี้ ขอคิดดูก่อน สิ่งที่กล่าวมาคือ วิธีคิดและทัศนคติ การมองโลกของพวกคนจน

ที่มักจะอ้างว่า ไม่มีเงิน ไม่มีความชำนาญ เหนื่อย ยาก ไม่มีประสบการณ์ ดูก่อน ยังไม่พร้อม ฯลฯ

ถ้ายังเป็นแบบนี้ ต่อไปก็จะจริงดังที่ แจ๊ค หม่า ว่าไว้ คนพวกนี้ อีก 10 ชาติก็ไม่รวย

หากต้องการหลุดพ้นจากความจน ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิด และเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่

ให้ตรงข้ามกับสิ่งที่เคยเป็นมา เช่น บอกให้เปิดร้านขายของ ก็คิดว่าได้สิ เป็นนายตัวเอง ได้อยู่กับบ้าน

ไม่ต้องกลัวรถติด จะคิดหาวิธีบริการลูกค้า ในแบบที่ตัวเองชอบ จะทำให้ร้านตัวเองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

หากมีคนมาแนะนำให้ทำธุรกิจดั้งเดิม อาจจะคิดว่า ก็ดีนะไม่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ สิ่งที่ปู่ย่า พ่อแม่

ได้วางรากฐานเอาไว้ เราก็เอามาต่อยอด หรือปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย มันเป็นงานที่ท้าทายมากเลย

หากมีคนมาแนะนำให้ทำอะไรเล็กๆ ให้คิดว่า ก็ดีเหมือนกัน

การทำอะไรที่เริ่มจากเล็ก ถ้าพลาดขึ้นมาก็จะเสียหายไม่มาก เป็นต้น

ที่สำคัญคือ อย่ามีคำว่า “แต่..” หรือดูก่อน หรือรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อน

หากมีความคิดจะทำอะไร ให้ลงมือทำไปเลย ทำได้หรือไม่ได้ นั่นก็อีกเรื่อง

เมื่อได้ลงมือทำไปแล้ว สิ่งต่างๆ จะตามมาเอง แม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรค

ก็ค่อยๆ เรียนรู้ และฝึกฝนกันไป เพราะไม่มีใครที่เริ่มต้นอะไร แล้วจะสำเร็จได้ทันที

ไม่มีใครที่ค้าขายอะไร แล้วจะร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ต่อให้ตั้งใจมากขนาดไหน

ก็ต้องเผื่อใจ เผื่อเวลาไว้ด้วย ไม่ใช่หวังจะรวยเร็วๆ สำเร็จไวๆ

หากเราสามารถเปลี่ยนความคิด และมีทัศนคติใหม่ เราก็จะหลุดพ้นจากความจนไปได้

ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า หรืออีก 10 ชาติ เพราะเราสามารถรวยได้ในชาตินี้แน่นอน

ขอขอบคุณ M o n e y H u b