6 วิธีจัดการ และรับมือกับหัวหน้างาน ที่ไม่ทำอะไรเลย

6 วิธีจัดการ และรับมือกับหัวหน้างาน ที่ไม่ทำอะไรเลย

ปัญหาในการทำงาน แม้ว่ายากลำบากแค่ไหน เราก็คงพร้อมจะฝ่างานหนัก และความลำบาก

ถ้าหากมีทีมเวิร์ค มีหัวหน้างานที่ดี เพราะไม่ว่างานจะเหนื่อยหนักอย่างไร ถ้าได้เจอหัวหน้างานที่ดี ถือว่าคุณโชคดีแล้ว

เพราะการทำงานของคุณ จะได้รับการสนับสนุน การปกป้อง และช่วยเหลือ จากหัวหน้าได้เป็นอย่างดี

แต่ส่วนใหญ่ที่พบเจอ และยากที่จะทนก็คือ หัวหน้าประเภทเรื่องดีใส่ตัว เรื่องชั่วโยนให้ลูกน้อง

บางคนวันๆ ไม่ทำอะไร นั่งดูแต่กราฟ (หุ้น) หรือหนักเข้าไปอีก เจอหัวหน้างานประเภททำธุรกิจส่วนตัว (ขายตรง)

จะปฏิเสธก็ลำบากใจ กลัวจะมีผลต่อการประเมินผลปลายปี เราจะมีวิธีจัดการ

กับหัวหน้างานที่ไม่เอาไหนได้อย่างไรบ้าง ลองมาดูวิธีการทั้ง 6 ข้อนี้ครับ

1. แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จะทำทุกครั้ง

ไม่ว่าเราจะทำอะไร ให้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับงานนั้นๆ ให้หัวหน้าทราบทุกครั้ง เพราะเป็นการสื่อให้หัวหน้ารู้ว่า

เราทำงานอย่างไร งานมาก งานน้อยแค่ไหน จะได้เป็นการกระตุ้นหัวหน้าทางอ้อมไปในตัว

2. อย่าแสดงตัวเองว่าเก่งทุกอย่าง

ลูกน้องแบบนี้ หัวหน้างานประเภทนี้จะชอบมาก เพราะไม่ต้องเหนื่อยจัดการอะไรเลย มีอะไรก็จะโยนมาให้หมด

ยิ่งทำได้มาก ก็ยิ่งให้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น อย่าทำตัวเป็นคนที่เก่งไปซะทุกอย่าง หรือทำเองได้หมด

แต่ให้ทำเท่าหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายก็เพียงพอเล้วครับ ที่เหลือให้หัวหน้างานได้แสดงฝีมือบ้าง

3. สื่อสารตรงๆ บอกให้รู้ไปเลย

หัวหน้างานบางคนไม่รู้เรื่องจริงๆ นะครับ ไม่รู้ว่าตั้งใจไม่รู้ หรือไม่รู้จริงๆ แต่ไม่ว่าจะสื่อสารอย่างไรไป ก็ไม่เคยรู้ตัวเลย

หัวหน้างานแบบนี้ จำเป็นต้องพูดตรงๆ ไปเลยครับ แต่ไม่ใช่ใช้คำไม่สุภาพนะครับ ควรจะเป็นการบอกว่า เรารู้สึกอย่างไร

และต้องการให้เขาสนับสนุนอะไร วิธีนี้เป็นวิธีการที่ดีและเร็วที่สุดแล้ว แต่ถ้าจะทำ ควรดูสถานการณ์ดีๆ ด้วยนะครับ

รอโอกาสที่เขาไม่ยุ่งมาก และอารมรณ์ดี เพราะถ้าผิดจังหวะพลาดมา จะมองหน้ากันไม่ติดอีก

4. แจ้งเมลผ่านหัวหน้างานทุกครั้ง

ส่งสำเนาเมลต่างๆ ให้หัวหน้างานทราบด้วยทุกครั้ง ไม่ว่างานนั้นจะเกี่ยวข้องกับหัวหน้างานหรือเปล่า ส่งให้หมด

ทำให้เห็นว่าหัวหน้างานมีความสำคัญ ต้องรับรู้งานทุกอย่างของลูกน้อง ถ้าดีหน่อย เขาก็จะรู้สึกตัว และปรับตัวให้ดีขึ้น

เพราะละอายใจที่เห็นลูกน้องทำงานหนักกว่าตนเอง แต่ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็พยายามทำต่อไปครับ คงจะมีสักวันที่เขาต้องรู้สึกตัว

5. ปรึกษาปัญหาเรื่องงานกับหัวหน้างานบ่อยๆ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ดี และควรทำอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าหัวหน้างานคุณนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม เพราะการปรึกษาปัญหาเรื่องงาน

จะทำให้เราทำงานออกมาได้ดี และได้ตรงกับสิ่งที่ตัวงานอยากจะให้เป็นจริงๆ ความผิดพลาดก็จะลดน้อยลงด้วย

ส่วนการใช้วิธีนี้ จะมีผลทำให้หัวหน้างานที่ไม่ดี เปลี่ยนเป็นดีได้หรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจาก

ตัวของหัวหน้าคนนั้นๆ เองด้วยครับ เพียงแต่เราต้องลองพยายามทำให้เต็มที่ก่อน ก็พอแล้วครับ

6. รายงานให้ผู้ที่มีอำนาจสูงกว่าทราบ

อย่ามองว่าเป็นคนขี้ฟ้องเลยนะครับ เรื่องแบบนี้ ถ้าเราพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว หัวหน้างานของเราก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

วิธีการนี้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณจะทำได้ครับ รายงานเป็นเมลจะดีที่สุด เพราะจะดูเป็นทางการมากกว่า

การที่เราพูดเล่าให้ฟังเฉยๆ ส่วนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตัดสินลงไปแหละครับ

แต่ก็ดีกว่าเราไม่พยายามทำอะไรให้ดีขึ้นเลย ถ้าหมดหนทางแล้ว ลองพิจารณาวิธีสุดท้ายดูนะครับ

ลาออก..

วิธีนี้ไม่ได้ใช้จัดการหัวหน้า แต่จัดการตัวเองครับ จะแค่พูดขู่เล่น หรือจะทำจริงๆ สุดแต่ใจของคุณเลยครับ

เพราะถ้าไม่มีอะไรจะเสีย ให้กับหัวหน้างานแบบนี้แล้ว ทำหมดทุกทาง ทั้งแสดง ทั้งเขียน ทั้งรายงาน

ก็ยังไม่มีอะไร หรือใครทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นได้ จงตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับตัวเองใหม่ เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ

“คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” ถ้าทำงานแล้วไม่มีความสุขเลย ชีวิตเราจะมีความสุขได้อย่างไรครับ

เลือกในสิ่งที่ดีที่สุด ให้ตัวเองดีกว่าครับ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ขอให้เป็นวิธีสุดท้ายจริงๆ นะครับ

เหตุผลก็เพราะว่า หากเราลาออก เพราะเข้ากับหัวหน้าไม่ได้ รู้ได้อย่างไรว่า ไปในที่ทำงานใหม่

จะไม่มีหัวหน้าลักษณะแบบนี้อีก แบบนี้คงไม่พ้น ต้องลาออกไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น

เราเคยมองหรือเปล่าว่าเรามีปัญหาคนเดียว คนอื่นเขาก็ยังโอเคหรือเปล่า หากเราว่าหัวหน้าไม่ดี แต่คนอื่นว่าดี

เราอาจต้องมาพิจารณามุมมองของตัวเองใหม่อีกครั้ง ดังนั้น ขอให้เลือกที่จะสื่อสารอย่างเปิดเผย

ถึงความรู้สึกของเรา และขอให้เราทำตัวเองให้ดีที่สุด อย่าได้เป็นแบบหัวหน้าคนนั้นก็เพียงพอแล้ว

ที่มา Learninghub Thailand