8 ทักษะสำคัญ ที่คนอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรมีได้แล้ว

8 ทักษะสำคัญ ที่คนอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรมีได้แล้ว

1. ความสามารถในการพูดคุยกับคนแปลกหน้า เช่น ครู ที่ปรึกษา พนักงานธนาคาร คนขายของ ฯลฯ พ่อแม่ชอบสอนไม่ให้ลูกคุยกับคนแปลกหน้า

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ทักษะในการคุยกับคนแปลกหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจ และดำเนินการในเรื่องต่างๆ คือสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในสังคม

2. อายุ 18 ควรไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้แล้ว ใช้รถสาธารณะ เดิน นั่งแท็กซี่ ขี่จักรยาน วางแผนการเดินทาง ซื้อตั๋วต่างๆ ได้เอง

3. อายุ 18 ควรรับผิดชอบการบ้าน หรืองานที่ต้องส่งอาจารย์ได้ และสามารถทำเสร็จตามกำหนดเวลา ปกติพ่อแม่มักช่วยเด็กทำการบ้าน

เตือนเมื่อใกล้กำหนด แต่ถ้าช่วยมากๆ จะทำให้ไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังได้ด้วยตนเอง และไม่สามารถบริหารงานได้ในอนาคต

4. อายุ 18 ควรมีส่วนร่วมในการดูแลบ้าน โดยปกติพ่อแม่จะสงสารเด็กที่มีกิจกรรมการเรียน มีกิจกรรมนอกเวลาเยอะ ไม่ค่อยให้ทำงานบ้านมากเท่าไหร่

แต่การได้ทำงานบ้าน และรับผิดชอบดูแลบ้านบางส่วน จะทำให้สามารถดูแลตัวเองได้ รู้จักเคารพความต้องการของผู้อื่น รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นคุณสมบัติที่ดีในการบริหารชีวิตและองค์กร

5. อายุ 18 ควรแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของตัวเองกับผู้อื่นได้ เช่น ทะเลาะกับเพื่อน หรือมีปัญหากับแฟน เป็นต้น

ทักษะในการแก้ปัญหาเรื่องส่วนตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในด้านการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก และยังเป็นทักษะที่ต้องใช้ไปตลอดชีวิต

6. อายุ 18 ควรรับมือกับความยากลำบาก ปัญหาใหญ่ หรือสิ่งที่ไม่คาดฝันได้ด้วยตัวเอง ปกติพ่อแม่จะเข้าช่วยเหลือ หรือเป็นฝ่ายเจรจาให้ตลอด

อาจทำให้ลูกพลาดประสบการณ์ ในการรับมือกับเรื่องยากลำบาก ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญของชีวิต หากลูกมีทักษะนี้อยู่ ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆ ก็จะสามารถผ่านไปได้ด้วยตนเอง

7. อายุ 18 ควรหารายได้ด้วยตัวเอง บริหารจัดการเงินของตัวเองได้ ถ้ายังได้เงินจากพ่อแม่อยู่ ก็จะไม่รู้ถึงคุณค่าของเงิน

ไม่ได้สัมผัสความรับผิดชอบ ที่จะต้องทำงานให้สำเร็จลุล่วง เพื่อรับผลตอบแทนมาใช้ในการเลี้ยงชีพ และไม่ได้เรียนรู้วิธีวางตัวในที่ทำงาน

8. อายุ 18 ควรกล้าทำอะไรใหม่ๆ พ่อแม่ที่วางแผนให้ลูก โดยคิดอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน ป้องกันความเสี่ยงทุกรูปแบบ จะทำให้ลูกขาดทักษะในการกล้าตัดสินใจ

การเรียนรู้จากความล้มเหลวสำคัญมาก ปล่อยให้ลูกล้มเหลววันนี้ ดีกว่าปล่อยให้เขาไปล้มเหลวตอนโต ในวันที่พ่อแม่ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะช่วยเหลือลูกได้อีกแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา : สมเกียรติ โอสถสภา