ข้อคิดเตือนสติคน ก่อนจะลาออก “มาทำธุรกิจส่วนตัว”

ข้อคิดเตือนสติคน ก่อนจะลาออก “มาทำธุรกิจส่วนตัว”

เชื่อว่าความฝันของคนส่วนใหญ่ คือการได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือมีกิจการเป็นของตัวเอง คงไม่มีใคร

อยากเป็นพนักงานประจำไปตลอดชีวิต วันนี้เราจึงได้รวบรวมคำถามที่ใครก็ตาม ที่มีความคิดจะทำกิจการส่วนตัว

จำเป็นต้องตอบให้ได้ เหมือนเป็นแบบทดสอบก้าวแรกในการเริ่มต้น มาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

1. ถามตัวเองก่อนว่าอยากทำธุรกิจอะไร

คำถามข้อนี้ไม่ได้ต้องการคำตอบเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน แต่คุณต้องจริงจัง หรือมองเห็นถึงความเป็นไปได้

ไม่ว่าคุณจะมีไอเดียอะไร สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้แค่ไหน ไม่ใช่แค่อยากทำก็ทำ

ผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลายต่อหลายคนล้มง่ายๆ เพราะแค่อยากทำธุรกิจส่วนตัว

แต่ไม่รู้จะทำอะไร หรือลองลงทุนไปก่อน โดยไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ไม่ได้ตั้งเป้าหมายของธุรกิจเอาไว้ พอเป้าหมายไม่ชัด ธุรกิจก็ไม่ดำเนินไปในทางที่ควร

ดังนั้นสิ่งสำคัญก่อนจะไปไกลเกินก็คือ “เป้าหมายที่ชัดเจน” ที่นำไปสู่ Passion นั่นเอง

2. ธุรกิจที่ทำมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่ต้องการหรือไม่

สมัยนี้มีร้านอาหารเยอะแยะเต็มไปหมด นั่นหมายถึงคู่แข่งจำนวนมาก ใช่ว่าทุกร้านจะประสบความสำเร็จ

แต่ก็ใช่ว่าเราจะทำให้สำเร็จไม่ได้ ถ้าหากเราอยากเปิดร้านอาหาร สิ่งที่จำเป็นต้องมีในธุรกิจคือความแตกต่าง

โดยสร้างจุดเด่นที่ร้านอาหารอื่นไม่มี ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง เมนูอาหารรสชาติใหม่ๆ

ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ อย่างทันยุคทันสมัย โดนใจ

3. กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร

ไม่ว่าธุรกิจเราจะไอเดียดีขนาดไหน แต่ถ้ากลุ่มลูกค้าแคบเกินไป หรือไม่มีคนซื้อเลย

ธุรกิจก็ไปต่อได้ยาก หากโมเดลธุรกิจของผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองไม่เจ๋งพอ แถมยังต้นทุนไม่หนา

ก็อาจจะดำเนินธุรกิจได้ไม่ไกลอย่างหวัง ฉะนั้นประเมินให้ดีก่อนว่า ธุรกิจ สินค้า บริการของเรานั้น

มีลูกค้าเป็นใคร มีมากพอที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้ และมีกำไรที่จะต่อยอดพัฒนาหรือไม่

4. วางแผน 1 ก็ต้องมีแผน 2

ในการทำธุรกิจ วางแผนชั้นเดียวคงไม่พอ ตั้งแต่เริ่มเราจำเป็นต้องประเมินถึงจุดสูงสุด และจุดต่ำสุดของธุรกิจ

มองให้เห็นภาพ และวางแผนรับมือในยามที่ธุรกิจแย่ที่สุด ว่ามีทางออกอย่างไร เช่นเดียวกับการทำงานประจำ

แต่การเริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจ มีแผนที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และควรเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ

หากมีครอบครัว ก็ควรเปิดใจคุยกันว่าจากนี้จะออกจากงานประจำ เพื่อทำธุรกิจ

เพราะนอกจากแผนธุรกิจ และแผนสำรองแล้ว คุณก็ต้องการกำลังใจจากคนใกล้ตัว

5. รู้จักโลก Digital มากแค่ไหน

ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่อะไรๆ ก็ซื้อง่ายขายคล่องบนโลกเสมือนจริง จนการตลาดออนไลน์เป็นอีกช่องทางสำคัญ

หรืออาจจะเป็นช่องทาง ที่เกิดมาเพื่อผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีทุน ดังนั้นการศึกษาโลก Digital

ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ รู้ถึงเทคนิควิธีการต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของเรานั้น

ประสบความสำเร็จได้ หรืออย่างน้อยอาจจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขาย ประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ

6. มีทักษะการเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน

หาไอเดียว่าจะทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี ก่อนจะวางโมเดลธุรกิจ และทักษะการเป็นนายตนเองและนายผู้อื่น

คุณก็ควรเรียนรู้ไว้ ไม่ว่าจะมาจากการอ่านหนังสือ การศึกษาเพิ่มเติม หรือการเข้าอบรมต่างๆ

เพราะนอกจากไอเดียที่ดีแล้ว ทักษะในการจัดการ การตลาด การเงิน การใช้นวัตกรรมทางการเงิน

เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้ไหลลื่น และที่สำคัญเรื่องของ “ภาษี” ก็ควรเข้าใจเอาไว้เช่นกัน

7. วางแผนเรื่องทุนสำรองแล้วหรือยัง

เมื่อรู้แล้วว่าจะลงทุนทำธุรกิจอะไรดี มีไอเดียพร้อม แผนพร้อม แล้วทุนล่ะ พร้อมหรือยัง?

เจ้าของธุรกิจบางคน เริ่มต้นจากการทำงานประจำ ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบ หรือเริ่มจากอาชีพเสริมหลังเลิกงาน

และบางคนอาจโชคดีที่มีเงินทุนตั้งต้นจากที่บ้าน แต่นอกจากทุนเริ่มต้นแล้ว ก็อย่าลืมนึกถึงทุนสำรอง

เพราะมันเป็นแผนสองเผื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา หากใครอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีทุน ก็ควรเตรียมตัวมองหาทุนกู้ยืมให้ดี

8. เราพร้อมจริงๆ แล้วหรือยัง

หลังจากที่ได้คำตอบจากคำถามทั้งหมดด้านบนแล้ว ก็คงมีเสียงในจิตใจที่คอยกระซิบถามว่า พร้อมหรือไม่

คุณควรถามตัวเองให้ถี่ถ้วนและมั่นใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวคุณแน่นอน

ที่มา : s m a r t s m e