เมื่อเงินไม่พอใช้ จะทำอย่างไร ให้กลับมา “รวย”

เมื่อเงินไม่พอใช้ จะทำอย่างไร ให้กลับมา “รวย”

แม้ว่าจะเป็นในยุคสมัยอดีต หรือปัจจุบัน ปัญหาในเรื่องของเงินไม่พอใช้ ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่เสมอ

ยิ่งปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ แต่สิ่งของจำเป็นต่างๆ กลับมีราคาที่แพงขึ้น

ทำให้การควบคุมค่าใช้จ่ายกลายเป็นเรื่องยาก วันนี้เราจึงรวบรวมกลเม็ดเคล็ดลับ

เพื่อรับมือเรื่องเงินไม่พอใช้มาให้คุณ หากรู้ตัวว่าการเงินมีปัญหา เชิญศึกษาจากบทความนี้ได้เลยครับ

ปัญหาที่คนส่วนใหญ่มีเงินไม่พอใช้

ก่อนจะพูดถึงวิธีแก้ปัญหา ควรจะดูที่ต้นเหตุของปัญหาก่อน ว่าทำไมถึงมีเงินไม่พอใช้

เชื่อว่าหลายๆ คนเมื่อได้เงินมาแล้ว ก็นำมาจับจ่ายใช้สอยไปโดยไม่มีการวางแผนก่อน

อีกทั้งยังไม่ทันคิดถึงเรื่องเผื่อเงินไว้สำหรับการเก็บออม แค่เข้าช่วงกลางเดือนเงินก็เริ่มทยอยใช้สอยจนหมด

น่าจะเห็นกันแล้วว่าปัญหาที่ทำให้เงินไม่พอใช้ ส่วนมากเกิดจากการขาดวินัยในการใช้เงิน

ถ้าอยากมีเงินเหลือใช้ แถมมีไว้เก็บออม ข้อแนะนำต่อไปนี้ช่วยคุณได้แน่นอนครับ

พิจารณาค่าใช้จ่ายประจำ

ค่าใช้จ่ายประจำในที่นี้ หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ในแต่ละเดือน

เช่น ค่าเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าผ่อนรถ ฯลฯ หากลองพิจารณาดูแล้ว

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้นั้นมากไป หรือเกินกว่า 70% ของเงินเดือน คุณอาจต้องมองหาช่องทางใหม่

เพื่อลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลง เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้คุณจำเป็นต้องจ่ายแน่ๆ ในทุกเดือน

หากไม่สามารถปรับลดลงได้ ก็จะเกิดปัญหาที่ต้องใช้เงินเดือนชนเดือนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ยิ่งถ้ามีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินขึ้นมา รับรองว่าจะต้องมีเงินไม่พอใช้อย่างแน่นอน

ทางที่ดีค่าใช้จ่ายประจำเหล่านี้ ไม่ควรเกินกว่า 40% ของรายได้

เพื่อให้เหลือเก็บ และมีสำรองไว้ใช้เผื่อกรณีฉุกเฉินต่างๆ กันนะครับ

แบ่งเงินที่ต้องใช้ให้เป็นระบบ

มีเพียงแค่ไม่กี่คน ที่เมื่อได้เงินมาแล้ว จะแบ่งเงินที่ได้ออกเป็นสัดส่วน เพื่อเตรียมใช้จ่ายตามที่ตั้งไว้

ส่วนใหญ่มักจะรวมไว้ในกระเป๋าเดียว เมื่อถึงคราวต้องใช้ก็ค่อยหยิบออกมา แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ต้องพบว่า

เงินนั้นใกล้จะหมดแล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงขอแนะนำเทคนิคการจัดการเงิน ไว้ใช้จ่ายให้เป็นระบบ

โดยจะแนะนำให้แบ่งออกมาเป็น 4 ส่วนดังนี้

เงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ

เงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เงินสำหรับเก็บออม

เงินสำหรับใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว

การจัดแบ่งเงินที่มี จะทำให้คุณเห็นขอบเขตของจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้ในส่วนนั้นๆ

เป็นการสร้างวินัยไม่ให้ใช้เงินจนเกินตัว เพื่อป้องกันปัญหามีเงินไม่พอใช้

แยกให้ออกระหว่าง ‘อยากได้’ กับ ‘จำเป็น’

หลายๆ คนอาจจะมองว่าสินค้าเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ต้องมี แต่ถ้าคุณอยากออมเงินและมีเงินไว้ใช้จ่ายให้เพียงพอ

ต้องแยกแยะให้ออกว่าสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อนั้น จำเป็นจริงๆ หรือแค่อยากได้กันแน่

ถ้าคุณแค่อยากได้ แล้วเงินที่มีอยู่เริ่มจะไม่พอใช้ คุณจำเป็นต้องสร้างวินัยในการใช้เงินให้กับตัวเอง

แม้ว่าครั้งแรกๆ อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อคุณทำไปบ่อยๆ คุณก็จะใจแข็งขึ้น เป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

มองให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ด้วยบัญชีรายรับรายจ่าย

ในบางครั้งพอลองมานั่งคำนวณค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา อาจจะสงสัยกันว่า ‘เอ๊ะ เงินส่วนนี้หายไปไหนกันนะ’

อาจเป็นเพราะว่าเรามีค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่เผลอใช้ไปโดยไม่ทันได้นึกถึง อย่างเช่น ขนมหรือเครื่องดื่มต่างๆ

แค่ 20 – 30 บาท ฟังดูเหมือนเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลอะไร แต่เมื่อรวมกันหลายๆ ชิ้นแล้ว

ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะพอสมควรเช่นกัน ซึ่งมักจะซื้อโดยไม่ทันระวังเสียด้วย หากลองคิดดูดีๆ

คุณอาจจะเสียเงินไปสินค้าเหล่านี้เป็นพันบาท ซึ่งเราสามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้ ด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย

ซึ่งจะทำให้คุณเห็นอย่างชัดเจนว่าในเดือนนั้นๆ ใช้เงินไปแล้วเท่าไหร่ และสามารถตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นส่วนไหนออกไปได้บ้าง

เพื่อให้มีเงินไว้สำหรับการออมเงินเพิ่มมากขึ้น แม้จะบอกว่าให้คุณทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่ก็ไม่ต้องพกสมุดโน้ต

และปากกาติดตัวไว้จดตลอดเวลา เหมือนในสมัยก่อนแล้ว เพราะปัจจุบันมีแอปพลิเคชันสำหรับจดบันทึก

รายรับรายจ่ายไว้ในมือถือเป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ตามสะดวกเลยครับ

ปล่อยวางบัตรเครดิต

การนำเงินในอนาคต มาใช้จ่ายสำหรับสินค้าราคาแพง ก็อาจจะเป็นเรื่องดี ที่ทำให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินที่หนักจนเกินไป

แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้บัตรเครดิตไปกับทุอย่าง ซึ่งทำให้กลายเป็นการสร้างหนี้ก้อนเล็กๆ อยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่สามารถมีเงินเก็บได้

บัตรเครดิตเป็นตัวช่วยที่ดี ที่ทำให้คุณสามารถนำเงินในอนาคตมาใช้จ่ายสินค้าที่มีราคาสูง ด้วยการผ่อนชำระ

แต่ก็เป็นเหมือนดาบ 2 คมที่อาจก่อให้เกิดหนี้สิน จนทำให้ต้องนำเงินเดือนมาชำระหนี้บัตรเครดิตจนหมด

สุดท้ายก็เงินไม่พอใช้ ดังนั้นควรจะจบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง ด้วยการปรับนิสัยตัวเองใหม่

ปล่อยวางบัตรเครดิตที่คุณมี พยายามใช้จ่ายด้วยเงินสด ป้องกันการใช้บัตรเครดิตจนเคยตัว จะได้ไม่เป็นปัญหาในระยะยาว

รายได้เสริม เพิ่มโอกาสทางการเงิน

หากลองพิจารณาค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนดูแล้ว ยังมีเงินไม่พอใช้ อีกทั้งยังไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ หากเกิดกรณีแบบนี้

คุณอาจจะต้องหาช่องทางสร้างรายได้เสริม เพื่อสร้างเงินทุนสำรองสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และยามฉุกเฉิน

เห็นไหมล่ะครับว่าปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ สามารถจัดการได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงแค่มีสติในการใช้เงินอย่างถูกต้อง

แม้ว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยให้มีเงินจำนวนมากๆ ในทันที แต่ก็ช่วยปรับวินัยทางการเงินให้คุณได้ในระยะยาว

ที่มา : t i d l o r