ถ้าทำได้ ก็จงรวยเถอะ เพราะยังไง ร่ำรวยก็ย่อมดีกว่ายากจน

ถ้าทำได้ ก็จงรวยเถอะ เพราะยังไง ร่ำรวยก็ย่อมดีกว่ายากจน

คุณมีเงิน 6 แสน คุณก็ซื้อ Jazz ได้คันนึง

คุณมีเงิน 6 ล้าน คุณก็ซื้อ BMW ได้คันนึง

คุณมีเงิน 2 ล้าน คุณก็ซื้อบ้านชั้นเดียวได้หลังนึง

คุณมีเงิน 5 ล้าน ก็ซื้อบ้านสองชั้นมีเนื้อที่เยอะได้หลังนึง

คุณมีเงินเดือน 15,000 คุณก็มีชีวิตแบบนึง

คุณมีเงินเดือน 5 หมื่น ชีวิตความเป็นอยู่คุณก็จะอีกแบบนึง

คุณมีเงินมาก ลูกคุณก็จะได้เรียนโรงเรียนอีกแบบ

คุณมีเงินน้อย โรงเรียนที่ลูกคุณเรียน ก็จะเป็นอีกแบบ

คุณมีเงินมาก พ่อแม่คุณไม่สบาย ก็ได้นอนโรงพยาบาลดีๆ

คุณไม่มีเงินเลย พ่อแม่คุณก็จะได้นอนเตียงอนาถา ที่ล้นออกมาถึงหน้าลิฟต์

ยอมรับความจริงเถอะว่า เราอยู่ในสังคมที่ชี้วัดอนาคตด้วย “เงิน”

เงินคือตัวแปรสำคัญ สำหรับหลายๆ อย่างในชีวิตเรา

คนที่บอกว่าเงินไม่สำคัญ

คุณตื่นแต่เช้า แต่งตัวไปทำงาน ไปตอกบัตร ไปสแกนนิ้วมือทุกวันทำไม..ไม่ใช่เพื่อเงินเหรอ?

ไม่ใช่เพื่อเอาเงิน มาจ่ายค่าห้อง จ่ายค่างวดรถ จ่ายค่าเทอมลูกเหรอ?

เงิน..โคตรสำคัญ! แต่ต้องไม่ให้มัน สำคัญกว่าคุณธรรม ความถูกต้อง ศีลธรรม

ร่ายยาวมาทั้งหมด ผมแค่จะบอกว่า..รวยเถอะ ยังไงรวยก็ดีกว่า

รวยแล้ว ปัญหาใหญ่จะกลายเป็นเล็ก

รวยแล้ว เรื่องยากๆ จะกลายเป็นง่าย

รวยแล้ว ถึงเป็นทุกข์ ก็ทุกข์อย่างสะดวกสบาย

อย่างน้อยก็นอนร้องไห้..ในห้องแอร์

แม้ความร่ำรวยจะไม่การันตีว่าจะมีความสุข

แต่..รวย ดีกว่า

ที่มา : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม