ความสัมพันธ์ที่ดี ซื้อใจมากกว่ากำไรของบริษัท คนส่วนใหญ่อยู่กับบริษัทได้นาน เพราะเขาชื่นชอบในตัวเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย
ไม่มีพนักงานคนไหน ทำงานเพราะใส่ใจผลกำไรของบริษัทหรอก ซื้อใจพวกเขาด้วยมิตรไมตรีที่ดีสิ
หลายบริษัททุ่มเงินมหาศาลไปกับการอบรมพนักงาน เพิ่มศักยภาพให้พวกเขา ด้วยการจัดคอร์สอบรมนี่นั่นมากมาย
ส่งไปฟังสัมมนาดีๆ หลายรอบ แต่สุดท้ายพนักงานของพวกเขาก็เดินจากไป หากจะโทษว่าฝ่าย HR รับคนมาไม่ดี ก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว
เพราะหลายครั้ง พนักงานส่วนใหญ่ตัดสินใจลาออก เพราะการบริหารงานภายในองค์กรของหลายๆ ฝ่ายต่างหาก
ซึ่งการสร้างแบรนด์บริษัท ก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญในการรักษาพนักงานเก่งๆ ในบริษัท แต่ก่อนอื่นเลย มาทบทวนดูเหตุผลกันดีกว่า
ว่าบริษัทของคุณได้พลาดพลั้งทำ 8 ข้อข้างล่างนี้ลงไปหรือเปล่า ถ้าทำข้อใดข้อหนึ่งไป ก็อย่าแปลกใจที่พนักงานของคุณตัดสินใจลาออก
1. ทำงานหนักเกินไป
ได้ยินกันบ่อยๆ กับประโยค “ไม่มีใครต า ยเพราะทำงานหนัก” แต่หลายคนก็เป็นโรคซึมเศร้า สูญเสียเวลาของชีวิต
ในการอยู่กับคนรัก ครอบครัว หรือได้ทำตามความฝันในสิ่งที่ชอบ เพราะเขาใช้เวลาทั้งชีวิตทุ่มเทกับการทำงาน
อย่าแปลกใจที่คุณจะพบว่ามีพนักงานในองค์กรของคุณหลายคน ที่ทยอยเดินไปหา HR เพื่อยื่นใบลาออก
ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่พวกขี้แพ้ แถมยังมีความรับผิดชอบสูงอีกต่างหาก แต่ถ้าคุณมองเขาด้วยความเห็นใจ ค้นลงไปลึกๆ
และเขาเปิดปากออกมาว่า “เขาเหนื่อย” นั่นแหละคือเหตุผล! หลายบริษัทเคี่ยวเข็ญให้พนักงานเอาแต่ทำงาน ทำงาน ทำงาน และทำงาน!
แต่นั่นก็ไม่หนักหนา หากเขามีใจรักที่จะทำงานจริงๆ แต่หลายครั้งบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้พนักงานทำงานแบบไร้แผน
ไร้ระบบ ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จในเวลาอันน้อยนิด และทุกงานคืองานด่วน! แบบนี้แหละ ใครเข้าไป..ออกทุกราย
2. คำชมไม่เคยมี ความดีไม่เคยปรากฏ
จะมีอะไรน่าน้อยใจกว่าการทำดี แต่ไม่เคยได้รับคำชมอีกล่ะ ลองสำรวจว่าผู้บริหารในองค์กรของคุณ เป็นพวกปากหนัก
ไม่ค่อยชมพนักงานรึเปล่า หรือว่าเขาแค่เห็นว่าพนักงานมีความสามารถอยู่แล้ว จนละเลยคำชม แต่อย่าลืมว่ามันสำคัญมาก
เพราะมันเป็นยาใจชั้นดี ที่จะเชื่อมให้พวกเขาอยากทำงาน อย่างน้อย คำว่า “ขอบคุณ” ก็มีค่าต่อใจแล้ว
3. โปรโมทคนอย่างไม่เหมาะสม
บ่อยครั้งที่บริษัทจ้างคนที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งเข้ามาทำงาน ทำให้พวกเขาดิ้นรนทนกับงานที่ไม่ใช่ได้ไม่นาน
แน่นอนว่าการฝืนตัวเองเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่บางครั้งบริษัทก็เลื่อนขั้นพนักงานอย่างไม่เหมาะสม
ทำให้เกิดการเปรียบเทียบของพนักงานด้วยกัน ว่าเขาไม่สมควรได้รับการเลื่อนขั้นขนาดนั้น แต่ก็ดันได้
ในขณะที่หลายๆ คนมีความสามารถ และขยันแทบต า ย แต่กลับถูกมองข้ามไปเฉยๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ
4. ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม
ความกระตือรือร้นและทะเยอทะยาน คือนิสัยอย่างหนึ่งของพนักงานเก่งๆ หากบริษัทของคุณไม่มีอะไรที่จะท้าทาย
ความสามารถของพวกเขา หรือทำให้เขาได้เรียนรู้ต่อไปอีก พนักงานเหล่านี้จะรู้สึกเบื่อ และไม่มีแรงจูงใจใดๆ ในการทำงานอีกต่อไป
5. ไม่ใส่ใจพนักงาน
หัวหน้าที่ไม่ใส่ใจความเป็นไปของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นความลำบากของชีวิตเขา การจัดสรรเวลาส่วนตัวและเวลาการทำงาน
สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานอยากที่จะลาออกทั้งสิ้น ที่แย่กว่านั้นคือหัวหน้าหลายคนถามสารทุกข์สุขดิบของพนักงาน เมื่อเขาต้องการ
มอบหมายงานให้ทำเท่านั้น แต่ไม่เคยใส่ใจพวกเขาจริงๆ และเรื่องเหล่านี้เป็นเซ้นส์ที่มนุษย์ทุกคนสัมผัสได้หากคุณไม่ได้ทำด้วยความจริงใจ
ทางออกที่ดีที่สุดคือ ใส่ใจในชีวิตความเป็นไปของพนักงานจริงๆ และห่วงใยเขาเหมือนเขาคือคนในครอบครัวของคุณ
6. ไม่สร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน
หัวหน้าหลายคน ไม่รู้วิธีที่จะกระตุ้นการทำงานของพนักงาน ทำให้องค์กรเต็มไปด้วยความเฉื่อยแฉะ และเบื่อหน่าย
งานเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน ไม่มีอะไรแปลกใหม่มาท้าทายชีวิตการทำงาน นี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานลาออก
7. มอบหมายงานง่ายๆ ให้คนเก่ง
คนเก่งหลายคนต้องการความท้าทายในการทำงาน เหมือนการก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ
หากคุณให้พวกเขาย่ำอยู่ที่เดิม ด้วยงานง่ายๆ ซ้ำๆ พวกเขาจะทนมันไม่ไหว จนต้องดิ้นรนหาองค์กรอื่น
8. หัวหน้าไม่เป็นตัวอย่างที่ดี
พนักงานหลายคนทนไม่ไหว กับหัวหน้าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หัวหน้าที่เคี่ยวเข็ญให้พนักงานทำงานอย่างหนัก
แต่ตนกลับไม่ทำเป็นแบบอย่าง หรือชี้แนะในสิ่งที่เหมาะสม เรียกได้ว่า การกระทำสวนทางกับคำพูด
ทางออกที่ง่ายที่สุด คือคุณต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้ลูกน้องของคุณทำตามด้วย
ที่มา : w o r k v e n t u r e