ใครที่กำลังท้อแท้ หมดหนทาง มีแต่ปัญหาเข้ามาในชีวิต ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะ

ใครที่กำลังท้อแท้ หมดหนทาง มีแต่ปัญหาเข้ามาในชีวิต ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะ

ประสบการณ์นี้ เป็นของสมาชิกท่านหนึ่งในเว็บไซต์พันทิป จะเป็นอย่างไรนั้น เราไปดูกันเลยครับ

ผมลำบากถึงขนาดมีเงินก็ไม่กล้ากินข้าว เพราะต้องเก็บเงินไว้นั่งรถเมล์หางานทำ

ที่บ้านโดนตัดไฟ อยู่ในบ้านมืดๆ เป็นเดือนๆ น้ำไม่อาบเป็นเดือนๆ เพราะไม่กล้าซื้อสบู่

(เหตุผลเดียวกับไม่กล้าซื้อข้าวกิน) ตอนนี้ความลำบากนั้นกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี

ผมมีงานทำแล้ว ชีวิตกำลังดีขึ้น แต่ความจนเปลี่ยนนิสัยผมไปหลายอย่าง

ช่วงเวลาที่ลำบาก ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย

1. จากคนกินทิ้งกินขว้าง กินข้าวไม่หมดจาน ตอนนี้ฟาดเรียบไม่มีเหลือ

2. กลายเป็นคนกินจุขึ้น เคยกินข้าวมื้อละ 1 ทัพพี ตอนนี้ 4-5 ทัพพีต่อมื้อ

3. รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง เวลาเห็นคนกินทิ้งกินขว้าง กินไม่หมด โดยเฉพาะบนฟู้ดคอร์ท

เห็นเหลือทิ้งกันแทบทุกโต๊ะ ทั้งที่มันก็ไม่ได้เยอะเลย ทำไมถึงกินให้หมดชามไม่ได้

4. เคยเป็นคนกินยาก ช่างเลือก ตอนนี้กินเมนูที่ไม่เคยกินได้หลายอย่าง

จากไม่เคยกินน้ำพริก ก็กลายเป็นชอบน้ำพริก ไม่ชอบเครื่องในสัตว์ กลายเป็นกินได้

5. ไม่เคยทำกับข้าว แต่ความลำบากสอนเราให้ต้องทำกับข้าวเป็น

ตอนนี้ทำได้หลายอย่างแล้ว เพราะทำกินเองถูกกว่าซื้อ

6. ความบันเทิงในชีวิตหายไปหมดสิ้น จากเคยดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี เล่นเกมส์

สิ่งเหล่านี้หายไปจากชีวิตเพราะความจน แต่ได้ค้นพบสิ่งใหม่คือ การนั่งสมาธิภาวนา

7. เคยเป็นคนไม่มีน้ำใจ ขอทานไม่เคยให้ตังค์ ตอนนี้เจอใครลำบาก

ก็อยากช่วยเหลือเขา เพราะเข้าใจแล้วว่า เป็นคนจนมันเจ็บปวดแค่ไหน

8. ไม่เคยรับโบรชัวร์ ใบปลิว ที่คนมายืนแจก ตอนนี้รับหมดไม่ว่าใครแจกอะไร

เพราะเข้าใจว่า เขาก็เหนื่อย ก็หิว และไม่มีทางเลือกเหมือนกัน จึงต้องมายืนแจกใบปลิวแบบนี้

9. เป็นคนประหยัดมากขึ้น จากสมัยก่อนที่ยังไม่ลำบาก ตอนนี้มีเงินแค่ 2,000 ก็อยู่ได้ทั้งเดือน

10. ความจนทำให้ผมรู้ว่า คนเราจะแบ่งปันเพื่อนมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อ คนผู้นั้นเอาตัวรอดได้แล้ว

มีเงินสุขสบายแล้ว จึงจะคิดถึงผู้อื่น จึงเข้าใจว่าคนจนบางคนไม่ทำบุญ เพราะเขาไม่มีแม้แต่จะกินจริงๆ

ลึกๆ ก็รู้ว่าคนจนเหล่านั้นก็อยากทำบุญ อยากช่วยเหลือผู้อื่น ถ้ามีโอกาสเหมือนกัน ถ้ามีเงินมากกว่านี้

11. เป็นคนเดินทนมากขึ้น จากเมื่อก่อนแค่ 1 ป้ายรถเมล์ก็ขึ้นรถแล้ว

แต่ตอนนี้สามารถเดินไปกลับที่ทำงานได้หลายกิโล โดยไม่ขึ้นรถเมล์

12. เห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น จากที่เมื่อก่อน เหรียญบาทเกลื่อนห้อง ตอนนี้เก็บทุกบาททุกสตางค์

13. ความจนทำให้ผมอยากเรียนรู้ เรื่องการออม การลงทุน

ทั้งที่เมื่อก่อนไม่สนใจ เก็บใส่กระปุกอย่างเดียว ไม่คิดนำไปต่อยอด

14. เมื่อก่อนเห็นขอทานแล้วเฉยๆ ตอนนี้รู้สึกสงสาร อยากช่วยเหลือ อยากทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น

15. คิดว่าวันนึงถ้าร่ำรวย มีเงิน มีโอกาสแล้ว อยากช่วยเหลือคนตกงาน

อยากนำข้าวไปให้กิน อยากหางานให้ทำ อยากช่วยเหลือทุกเรื่อง ที่จะช่วยคนตกงาน

ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ (อันนี้อยากทำจริงๆ อยากเปิดเป็นมูลนิธิช่วยเหลือคนตกงานเลย)

16. จากเคยมองคนที่ต่ำกว่า ว่าต่ำต้อย ไม่น่าคบ กลายเป็นเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือ

17. จากเป็นคนไม่เคยทำบุญ ก็สนใจการทำบุญ ไม่เคยสวดมนต์ภาวนา

ไม่เคยทำสมาธิ วิปัสสนา ก็หันมาสนใจเรื่องการเพิ่มบุญ เพิ่มกุศลมากขึ้น

18. ไม่เคยสำรวจตัวเองว่า ทุเรศ ขี้เกียจ ซกมก ความอดทนต่ำ

ตอนหลังจึงมาคิดได้ และพยายามสลัดนิสัยเสียๆ ของตัวเองทิ้งไป

19. เคยมองโลกแต่ในแง่ลบ ตอนนี้มองแต่ในแง่บวก สิ่งนึงที่ทำให้รอดมาได้

เพราะเปลี่ยนความคิดจากลบเป็นบวก และเจอกับตัวเองแล้วว่า คนที่คิดแต่แง่ลบ เรื่องเลวร้ายก็จะเข้ามา

ต้องมองแง่บวกไว้ก่อน ถึงจะมืด 8 ด้าน ยังไงก็ต้องมีทางออกของปัญหาเสมอ

ปล. เพราะความขี้เกียจคำเดียวเลย ที่ทำให้เจอวิบากกรรม จนต้องลำบากขนาดนี้

หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังท้อแท้ จับจด นั่งโทษตัวเอง ฯลฯ บ้างนะ

ขอขอบคุณ Ramet Tanawangsri