ควรมองชีวิตอย่างไร ในวันที่เราคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

ควรมองชีวิตอย่างไร ในวันที่เราคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

การทำอะไรโดยไม่ได้วางแผน หรือไม่มองการณ์ไกล เมื่อเจอปัญหาก็มักจะรับมือไม่ทัน และเกิดความเสียหายตามมา

ขนาดบางคนวางแผนเอาไว้ดิบดี ยังพังไม่เป็นท่า ก็ลองนึกดูว่า ถ้าไม่เคยวางแผนไว้เลย จะย่ำแย่แค่ไหน

หากจะบอกว่า เหตุเพราะวิกฤติไวรัสระลอกใหม่กว่า ที่ต่อจากระลอกใหม่ หลังจากระลอกแรก

เอ่อ..มันก็คือวิกฤติคราวเดียวกัน แต่คงต้องแบ่งเรียกเพื่อเหตุผลทางความรับผิดชอบกระมัง จะได้โทษนั่นนี่กันได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เสียหายกว่าการป่วยทางกาย คือ “การป่วยใจและแรงกดดันในการดำเนินชีวิต” ของใครหลายคน

ถึงแม้ไม่มีวิกฤตินี้ คนเราย่อมมีความแตกต่างกันในยามประสบปัญหาชีวิต ถึงจะต่างกรรมต่างวาระ

ทว่าบางคนต้อง “ล้ม ลุก คลุก คลาน” แต่บางคนแค่ “ซวนเซ เป๋ไปมา แต่ก็เดินหน้าต่อได้” คงตอบชัดๆ ได้ยาก ว่าเหตุผลเพราะอะไร

บางคนอาจแค่โชคดี บางคนปัญหาของเขาอาจไม่หนักหนาจริงก็ได้ บางคนอาจมีต้นทุนดี แต่สิ่งเหล่านี้อยู่ที่แค่เรามองเขา

เขาอาจไม่ได้ต้นทุนดี อาจเจอปัญหาหนักมากอยู่ หรือไม่มีโชคอะไรช่วยก็ได้ ที่สำคัญ ถ้านี่เป็นเวลาที่ปัญหาเกิดกับเรา

มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการมัววิเคราะห์คนอื่น หรือเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยอย่างยิ่งในเวลาที่เราแย่กว่า

เพราะในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยปัญหา หรือสถานการณ์ที่คาดเดาอะไรยาก สิ่งที่ต้องมีมากคือ “สติ” และ “การมองตัวเอง”

เขียนเช่นนี้ดูง่าย เอะอะก็ให้มีสติ มองโลกแง่ดี เรื่องแบบนี้ใครก็รู้ ดูอ่านกันจนเบื่อ แต่มันก็เริ่มจากที่อื่นไม่ได้ ต้องเริ่มจากตรงนี้เท่านั้น

เดินช้าให้มองใกล้ เดินไวให้มองไปข้างหน้า

อันที่จริง “สติ” ไม่ใช่ต้องมีเพียงแค่บางเวลา บางขณะ แต่ต้องพยายามมีให้ได้ตลอดเวลา ถ้าตอนนี้ยังไม่มี เมื่อไหร่จะมี?

โดยแง่คิดหนึ่งที่อยากให้ไว้จากเรื่องนี้คือ ในช่วงชีวิตที่ยังปกติดี เสมือนเส้นทางชีวิตราบเรียบหรือก้าวหน้า

ก็เหมือนเราวิ่ง หรือเดินไปข้างหน้าได้ไว ในช่วงนี้เราควรมองไปให้ไกล มองไปข้างหน้ามากๆ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเจออะไร

ยิ่งไปได้เร็วยิ่งต้องคิดเผื่อ มองอนาคตให้มาก หากไม่อยากล้มแรงตอนสะดุด แต่ส่วนใหญ่จะหลงระเริงกันอยู่มากกว่า

ในทางตรงกันข้าม เวลาที่ปัญหาถาโถม มีปัจจัยแย่ๆ หลายอย่าง ก็ควรหยุด ลด นี่ไม่ใช่เวลามาคิดอะไรไกลๆ

จินตนาการไม่ควรนำมาใช้ (ที่พอเอามาคิดตอนนี้ได้ ก็มักจะเป็นเชิงลบ) มองตัวเรา มองรอบตัวๆ อะไรที่ต้องแก้ก่อน

หรือในเวลานี้เราทำอะไรได้บ้าง เหมือนเดินช้าๆ ก็มองใกล้ๆ สำรวจหาสิ่งเล็กน้อยที่พอทำได้ไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวัง

นี่ล่ะ “เดินช้าให้มองใกล้ เดินไวให้มองไปข้างหน้า” เพราะชีวิตไม่ว่าช่วงเวลาไหน เราก็คาดเดาอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

มันจึงต้องปรับตามความเป็นจริง วันนี้เดินช้า วันหน้าเดินเร็ว วันนี้ทุกข์ใจ ก็ต้องผ่านให้ได้ ความสุขยังรอเราอยู่ข้างหน้า

ชีวิตมีง่าย มียาก สลับกันไป เลิกเดาแล้วปรับตัวตาม เท่าที่เราจะทำได้ แล้วลงมือทำอย่างเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา : S i r i c h a i w a t t

เรียบเรียงโดย : อ่านสนุก