ใบรับรองความเป็นคน เรื่องราวที่แสดงให้เห็น ถึงความงดงามในสังคม

ใบรับรองความเป็นคน เรื่องราวที่แสดงให้เห็น ถึงความงดงามในสังคม

บนตู้โดยสารของรถไฟขบวนหนึ่ง พนักงานตรวจตั๋วสาวสวย กำลังคุยกับผู้โดยสารชายสูงอายุคนหนึ่ง

“ตรวจตั๋วค่า” ชายชราล้วงกระเป๋าควานหาตั๋วอยู่ครู่ใหญ่ พบแล้วจึงส่งให้พนักงานสาว

เธอรับตั๋วดู แล้วหรี่ตามองหน้าผู้เฒ่า “นี่มันตั๋วเด็กนะลุง”

ผู้เฒ่ามีสีหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา “ผมเห็นว่าตั๋วเด็กกับตั๋วคนพิการ ราคาเดียวกัน เลยซื้อเป็นตั๋วเด็กครับ”

พนักงานสาวมองผู้เฒ่าหัวจรดเท้า แล้วถามว่า “ลุงเป็นคนพิการหรือ?”

ผู้เฒ่าตอบว่า “ครับ..”

“ลุงช่วยเอาบัตรคนพิการ ให้หนูดูหน่อยสิคะ”

ผู้เฒ่าเริ่มกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว “ผม..ผม..ผมไม่มีครับ ผมเลยขอซื้อเป็นตั๋วเด็ก”

“ถ้าลุงไม่มีบัตรคนพิการ แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าลุงเป็นคนพิการล่ะ”

ผู้เฒ่าก้มลงดึงขากางเกงขึ้นมา ถอดรองเท้าออก มันเป็นฝ่าเท้าที่มีแค่ครึ่งเดียว

เธอหรี่ตาดูฝ่าเท้าที่เหลือเพียงครึ่งเดียว แล้วพูดว่า “ถึงยังไง ลุงก็ต้องแสดงบัตรคนพิการให้หนูดูก่อน”

ผู้เฒ่าขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่ยุ่งยากใจ “ผมทำงานในโรงงานเอกชน พอเกิดเรื่องขึ้น เถ้าแก่ก็หนีหายไป ผมไม่มีเงินเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล ก็เลยไม่มีสิทธิทำบัตรคนพิการครับ”

ขณะนั้น เป็นเวลาที่หัวหน้าผู้จัดการขบวนรถไฟ เดินผ่านมาพอดี เมื่อถามต้นสายปลายเหตุแล้ว จึงได้พูดเสียงเข้มว่า

“ผมต้องการดูแค่บัตรคนพิการ ไม่ดูที่คน ต้องมีบัตรคนพิการถึงเรียกว่าคนพิการ และใช้สิทธิคนพิการได้ ตอนนี้คุณต้องซื้อตั๋วเพิ่มให้เป็นตั๋วผู้ใหญ่”

ผู้เฒ่าถึงกับร้องไห้ออกมา แล้วพูดอ้อนวอนว่า “หลังจากฝ่าเท้าผมถูกเครื่องจักรตัดขาดไปแล้ว ผมก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีก

พอไม่มีเงิน แม้ค่ารถกลับบ้านก็จนปัญญา ตั๋วเด็กใบนี้ก็ล้วนเป็นเงินที่เพื่อนๆ ที่ทำงาน ช่วยกันเรี่ยไรให้มา ขอวิงวอนท่านทั้งสอง กรุณาให้ผมใช้ตั๋วนี้โดยสารกลับบ้านเถอะนะครับ”

ผู้จัดการรถไฟยืนยันเสียงแข็งว่า “คุณต้องจ่ายเพิ่ม เพราะนี่เป็นระเบียบของการรถไฟ ยังไงผมก็ต้องทำตามระเบียบ ถ้าไม่จ่ายค่าตั๋วเพิ่ม สถานีหน้าเชิญคุณเตรียมลงจากรถได้”

ขณะนั้น ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผู้เฒ่าได้เอ่ยปากขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชาว่า “คุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า”

ผู้จัดการรถไฟขมวดคิ้วย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ตอบเสียงห้วนๆ ไปว่า “ถูกต้อง ผมเป็นผู้ชายครับ คุณมีปัญหาอะไรหรือ”

“ถ้าอย่างงั้น ก็ช่วยเอาหนังสือรับรอง ยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชายออกมาให้ทุกคนดูหน่อยซิ”

คำพูดของชายวัยกลางคน ทำให้บรรดาผู้โดยสารถึงกับหัวเราะก๊ากออกมาอย่างขบขัน

ผู้จัดการขบวนรถไฟโกรธจนหน้าเขียว “ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมต้องใช้ใบรับรองด้วย”

ชายวัยกลางคนส่ายหัวแล้วพูดว่า “ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ อยากดูใบรับรอง ไม่อยากดูคน มีใบรับรองถึงเป็นผู้ชาย หากไม่มีก็ไม่ใช่ผู้ชาย”

พนักงานตรวจตั๋วสาวรีบเถียงแทนผู้จัดการรถไฟ เธอพูดอย่างมั่นใจว่า “หนูไม่ใช่ผู้ชาย ถ้ามีปัญหามากนักก็มาเคลียร์กับหนูได้เลย”

ชายวัยกลางคนชี้ที่หน้านาง แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “เธอไม่ใช่คน!”

พนักงานสาวโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง “แก..แกพูดอะไรให้เกียรติกันบ้าง ถ้าฉันไม่ใช่คนแล้วจะเป็นอะไร”

ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างเย็นชา แล้วพูดว่า “เธอเป็นคนหรือ ไหน..ขอดูใบรับรองความเป็นคนของเธอหน่อย”

ผู้โดยสารต่างหัวเราะเสียงดังออกมาอีกครั้ง พนักงานสาวอับอายจนหน้าแดงก่ำ รีบฉุดมือผู้จัดการเดินหายออกไปจากตู้นี้ทันที

จากนั้นชายวัยกลางคนจึงนั่งลง แล้วเริ่มพูดคุยกับผู้เฒ่า ด้วยความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมที่ต้องเผชิญ

ก่อนลงรถเขายังให้เงินผู้เฒ่าไปอีก 1,000 หยวน ผู้เฒ่ากล่าวขอบคุณชายคนนั้นทั้งน้ำตา ด้วยความซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ

มนุษย์ต่างกับสัตว์ทุกชนิด ตรงที่มนุษย์มีความเมตตากรุณาอยู่ในจิตใจ

เมื่อมนุษย์เห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตกระกำลำบาก มนุษย์ที่เป็นมนุษย์จริงๆ ก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

อาจจะช่วยได้เพียงคำพูดปลอบประโลม หรืออาจจะด้วยปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่พอจะช่วยได้

มันเป็นความงดงามของสังคม และเป็นพื้นฐานของประเทศ ที่ใช้เป็นนโยบายพัฒนาชาติให้เจริญยิ่งขึ้นต่อไป

อ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ต่อสังคมไทย โปรดส่งต่อเพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อนมนุษย์

ขอขอบคุณผู้แปล : เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง