เอาตัวรอดอย่างไร ในยุคเงินเฟ้อ ข้าวของแพงแต่ค่าแรงเท่าเดิม

เอาตัวรอดอย่างไร ในยุคเงินเฟ้อ ข้าวของแพงแต่ค่าแรงเท่าเดิม

ปัญหาเงินเฟ้อส่งผลกระทบไปทั่วโลก ในอเมริกาเงินเฟ้ออยู่ที่ 8.6% ส่วนของบ้านเราเงินเฟ้ออยู่ที่ 7.1%

และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะยังมีการอั้นของราคาสินค้าต่างๆ ถ้าต้องการอยู่รอดในยุคเงินเฟ้อแบบนี้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้

เงินเฟ้อคืออะไร?

เงินเฟ้อ เป็นภาวะทางเศรษฐกิจ ที่ราคาสินค้าและบริการต่างๆ เช่น อาหาร น้ำมัน แก๊สหุงต้ม ค่าเดินทาง เสื้อผ้า ห้องพัก ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ

ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เงินในมือของเรามีค่าน้อยลง หรือเราต้องใช้เงินจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ในปริมาณที่เท่าเดิม

อัตราเงินเฟ้อวัดได้อย่างไร?

ทุกเดือน กระทรวงพาณิชย์จะเก็บข้อมูลราคาสินค้าและบริการจำนวน 430 รายการ มาคำนวณเป็นดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI)

โดยเปรียบเทียบราคาของสินค้าและบริการในวันนี้ กับราคาเมื่อ 1 ปีก่อน ค่าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการต่างๆ เรียกว่า “อัตราเงินเฟ้อ”

ดังนั้น หากอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% แปลว่าราคาโดยเฉลี่ยในปัจจุบัน สูงกว่าราคาในปีที่แล้วอยู่ 3%

ตัวอย่างเช่น ถ้าข้าวสารหนึ่งถุงราคา 100 บาทในปีที่แล้ว และราคาเพิ่มเป็น 103 บาทในปีนี้ แปลว่าราคาเพิ่มขึ้น 3%

การเกิดเงินเฟ้อแบ่งเป็น 2 สาเหตุหลัก

1. ความต้องการซื้อสินค้าและบริการมีมากขึ้น ทำให้สินค้าและบริการไม่เพียงพอ ผู้ขายจึงถือโอกาสขึ้นราคา

2. ผลผลิตขาดแคลน จากปัญหาด้านการผลิต เช่น โรคระบาดทำให้หมูต า ย หรือต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการ

ใครทำหน้าที่ดูแลเรื่องเงินเฟ้อ?

1. กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ดูแลราคาสินค้า ไม่ให้ผู้ผลิตฉวยโอกาสขึ้นราคา และดูแลไม่ให้มีการกักตุนสินค้าจนขาดแคลน

รวมถึงจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค เพื่อวัดและติดตามภาวะเงินเฟ้อ โดยรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าและบริการจากทั่วประเทศ

2. แบงก์ชาติ ดำเนินนโยบายการเงิน ผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

เพื่อเปลี่ยนแรงจูงใจในการเก็บออมหรือกู้เงิน ของประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ผันผวน

และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปนั้นอยู่ที่ 1% – 3% ต่อปี

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

ผลกระทบของเงินเฟ้อต่อประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ ราคาสินค้าและบริการต่างๆ จะแพงขึ้น ทำให้เรามีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ในการซื้อสินค้าลักษณะเดิม อย่างเช่น ตอนนี้หลายคนจะรู้สึกแล้วว่า การเติมน้ำมันให้เต็มถัง ต้องใช้เงินมากกว่าเดิมเยอะเลย

นั่นเป็นเพราะมูลค่าของเงินลดลง จากอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ยิ่งอัตราเงินเฟ้อสูงมาก มูลค่าของเงินก็จะยิ่งลดลงเร็ว แบงก์พันใบเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

แล้วเราจะรับมืออย่างไร เพื่อให้อยู่รอดใน “ยุคเงินเฟ้อ” แบบนี้

1. ควรใช้เงินอย่างระมัดระวัง วางแผนการเงินรองรับสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ และสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ที่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้สภาวะเงินเฟ้อ เช่น การเลิกจ้าง หรือการลดค่าใช้จ่ายจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

2. เตรียมเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน ไว้ให้พร้อมอย่างน้อย 6-12 เดือน (สำคัญมาก)

3. เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมพร้อมรับมือ กับราคาสินค้าที่จะสูงขึ้น จากต้นทุนที่สูงขึ้นในสภาวะเงินเฟ้อนี้

4. แน่นอนว่าเมื่อสภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้น การเก็บออมในค่าเงินที่มีแนวโน้มลดลงนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

ดังนั้น เราแนะนำให้คุณศึกษาการลงทุนในสินทรัพย์สู้เงินเฟ้อ เช่น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

เรียบเรียงโดย อ่านสนุก

ขอบคุณเนื้อหาบางส่วน จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย, หมอยุ่งอยากมีเวลา, SkillLane