หลวงจีนกับขอทาน สอนให้เห็นคุณค่าของตัวเอง แม้เราจะด้อยกว่าก็ตาม

หลวงจีนกับขอทาน สอนให้เห็นคุณค่าของตัวเอง แม้เราจะด้อยกว่าก็ตาม

ขอทานที่มีแขนเพียงข้างเดียว ได้มาขอทานที่วัดกับหลวงจีนรูปหนึ่ง

หลวงจีนพูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ พร้อมชี้ไปยังกองอิฐที่อยู่ริมกำแพงวัดว่า “เจ้าขนย้ายกองอิฐนี้ไปที่หลังวัดก่อน”

ขอทานได้ยินเช่นนั้น จึงเอ่ยตอบอย่างขัดเคืองว่า “ข้าพเจ้ามีแขนเพียงข้างเดียว

จะย้ายอิฐเหล่านี้ได้อย่างไร ท่านไม่อยากจะให้ก็ไม่ต้องให้ ทำไมต้องกลั่นแกล้งกันด้วย?”

หลวงจีนไม่พูดอะไร แต่ใช้แขนข้างเดียวยกอิฐขึ้นมาให้ดู จากนั้นจึงเอ่ยว่า “งานอย่างนี้ มีแขนข้างเดียวก็ทำได้”

ขอทานจึงใช้แขนข้างเดียวนั้นขนย้ายอิฐ เขาใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง ถึงย้ายอิฐกองนั้นหมด

หลวงจีนจึงให้เงินกับขอทานนั้นไป ขอทานกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ

“ไม่ต้องมาขอบคุณข้า เงินเหล่านี้เป็นค่าแรงของเจ้า เจ้าสมควรที่จะได้รับมัน”

เมื่อได้ยินดังนั้น ขอทานถึงกับนิ่งไปสักพัก แล้วเอ่ยว่า “ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมท่าน!”

พอพูดจบเขาก็ก้มศีรษะลงกับพื้น เพื่อแสดงการคารวะอย่างจริงใจ แล้วลาจากไป

ผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็มีขอทานอีกคนเดินมาขอทานที่วัด หลวงจีนพาเขาไปที่กองอิฐหลังวัด

แล้วชี้ไปที่กองอิฐพร้อมกับพูดว่า “ย้ายกองอิฐไปที่หน้าวัดแล้วข้าจะจ่ายค่าแรงให้”

ขอทานที่มีแขนขาครบ กลับมองอย่างเหยียดหยามแล้วเดินจากไป

เหล่าลูกศิษย์ไม่เข้าใจ จึงถามหลวงจีนขึ้นมาว่า “ครั้งก่อนสั่งให้ขอทานย้ายอิฐจากหน้าวัดไปหลังวัด

ครั้งนี้สั่งให้ย้ายจากหลังวัดไปหน้าวัด ท่านต้องการจะให้เอาอิฐไปไว้ที่ไหนกันแน่?”

หลวงจีนตอบว่า “อิฐจะไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังก็เหมือนกัน

แต่การจะเคลื่อนย้ายหรือไม่นั้น ในมุมมองของขอทาน ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน”

หลายปีผ่านไป มีพ่อค้าคนหนึ่งมาที่วัด ลักษณะท่าทางดูสง่างาม แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ

พ่อค้าคนนี้มีแขนเพียงข้างเดียว เขาก็คือผู้ที่ใช้แขนข้างเดียวเคลื่อนย้ายอิฐในครั้งนั้น

ตั้งแต่หลวงจีนใช้ให้เขาทำงานตอนนั้น ทำให้เขารู้ถึงคุณค่าของตัวเองว่า แม้เขาจะพิการ แต่เขาก็สามารถทำงานได้จริงๆ

หลังจากนั้นเขาก็พึ่งพาตัวเอง ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างทุกวันนี้

ส่วนขอทานที่มีแขนขาครบ แต่ไม่คิดจะทำอะไร ก็คงต้องเป็นขอทานตลอดไป

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : P r a k a l