หาเงินอย่างไร ให้มีเงินล้านได้เร็ว 8 ขั้นตอนนี้ อาจช่วยคุณได้

หาเงินอย่างไร ให้มีเงินล้านได้เร็ว 8 ขั้นตอนนี้ อาจช่วยคุณได้

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินบ่อยๆ ที่คนมีสตางค์ชอบพูดกันว่า “เงินต่อเงิน” ในตอนแรกๆ ช่วงที่ผู้เขียนเริ่มต้นทำงานประจำ

ยังไม่มีเงินซักบาก ก็ไม่เข้าใจคำว่า “เงินต่อเงิน” ซักเท่าไหร่ แต่พอเริ่มมีเงินเก็บเป็นก้อน ก็พึ่งจะพอเข้าใจว่ามันคืออะไร

เอาง่ายๆ เลย มันก็คือการหาเงินวิธีหนึ่งนั่นล่ะ แต่เป็นการหาเงิน ของผู้ที่เขามีเงินเก็บมากพอสมควรแล้ว ผู้เริ่มต้นหาเงินวิธีนี้

จะคิดอยู่เสมอว่า เงินที่มีอยู่จะเอามาทำอะไรดี ที่ทำให้เงินงอกเงยมากกว่าเดิม จากเงิน 1 แสน จะทำยังไงให้เป็นเงิน 2 แสน

แล้วจะทำยังเป็น 1 ล้าน 2 ล้าน 10 ล้าน ตามลำดับ จนในที่สุดผู้เริ่มต้น ก็ข้ามเขตฐานะปานกลาง เข้าสู่โหมดความร่ำรวย

พวกเขาเหล่านั้น มีหลายวิธีหาเงิน แบบไม่ต้องลงแรง ไม่ต้องเสียเหงื่อ ก็สามารถทำเงินได้สบายๆ

เขาทำกันยังไง ไปเริ่มหาคำตอบ สูตรสำเร็จของคนมีตังค์ ที่เขาทำกันเลย

1. วางแผนการเก็บเงิน

สะสมทีละน้อยก็เป็นก้อนใหญ่ได้ การหาเงินในช่วงเริ่มต้นของชีวิตมีหลายวิธี บางคนทำงานประจำกินเงินเดือน

บางคนขายของทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะหาเงินแบบไหน ก็ต้องวางแผนการสะสมเงิน

ตัวอย่างที่ 1 เก็บเดือนละ 1,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 12,000 บาท ภายใน 10 ปี จะเก็บได้ 120,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2 กรณีทำงานเข้าปีที่ 5 – 6 (เงินเดือนเพิ่มขึ้น ปรับการเก็บให้มากขึ้น)

ปี 1 เก็บเดือนละ 1,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 12,000 บาท

ปี 2 เก็บเดือนละ 2,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 24,000 บาท

ปี 3 เก็บเดือนละ 3,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 36,000 บาท

ปี 4 เก็บเดือนละ 4,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 48,000 บาท

ปี 5 เก็บเดือนละ 5,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 60,000 บาท

ปี 6 เก็บเดือนละ 6,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 72,000 บาท

ปี 7 เก็บเดือนละ 7,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 84,000 บาท

ปี 8 เก็บเดือนละ 8,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 96,000 บาท

ปี 9 เก็บเดือนละ 9,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 108,000 บาท

ปี 10 เก็บเดือนละ 10,000 บาท ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 120,000 บาท

รวมเงินทั้งหมดที่เก็บได้ 660,000 บาท ที่ยกตัวอย่างมานี้ แค่พอให้เห็นภาพ ว่าต้องตั้งเป้าในการเก็บเงินให้ชัด

เวลาผ่านไปทุกวินาที ไม่เคยย้อนกลับ พอเรามีอายุมากขึ้น เราจะเหลือเงินเก็บเท่าไหร่ ก็อยู่ที่การจัดสรรของเราเอง

2. ค่าใช่จ่าย

ในช่วงเริ่มต้นหาเงินนั้น ปัญหาใหญ่คือค่าใช่จ่าย ที่มักจะเกินกว่ารายได้ สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ จึงต้องจัดการให้ดี

อย่างค่าใช้จ่ายประจำ ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่

แต่บางคนอาจทำให้มันบานปลายได้ เช่น ไปกินอาหารที่ร้านหรูๆ บ่อยจนเกินไป อีกอย่างคือ ค่าใช้จ่ายไม่ประจำ (เย้ายวนใจ)

จะทำให้เราหมดเงินอย่างมาก เช่น อยากได้รถซักคัน อยากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น เราควรรู้ว่าเป็นช่วงที่เรา

สามารถจ่ายได้หรือไม่ ถ้าซื้อรถ เงินเก็บก็ต้องเอาไปผ่อน แถมยังต้องมีค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน ราคาขายต่อ ตกเกินกว่าครึ่ง

การจ่ายจึงต้องคิดให้ดี เพราะการเก็บเงินก้อนใหญ่ได้นั้น ต้องสะสมจากเงินก้อนเล็กๆ หากไม่มีเงินเป็นก้อน ก็หมดสิทธิ์

3. ลงทุน

ลงทุนในเงินฝากประจำ หรือกองทุน แต่อย่างหลังนี่ต้องศึกษาให้ดี เพราะกองทุนแต่ละกอง ก็มีความผันผวน

และความเสี่ยงต่างกัน แต่ถ้าอยากอุ่นใจไม่ขาดทุนชัวร์ๆ การซื้อสลากออมสินก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะ

4. พิจารณาการจับจ่ายใช้สอย

อย่าเห็นแก่ของถูก ที่ซื้อมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ใช้ไปไม่กี่ทีก็พัง มานับรวมแล้วซื้อใหม่ปีละหลายครั้ง ไม่สู้ซื้อของแพง

แต่ใช้ได้นานจะคุ้มค่ากว่า และจัดวันที่เราจะซื้อของใช้จำเป็น ไม่เกินเดือนละ 1-2 ครั้งก็พอ เพราะการซื้อทีละมากๆ คราวเดียว

จะได้ส่วนลดมากกว่าการซื้อยิบย่อย แต่ซื้อบ่อยๆ ดีไม่ดีเข้าห้างบ่อยๆ จะเสียเงินกับเรื่องที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน

เมื่อวานซื้อเสื้อ วันนี้ซื้อรองเท้า ถ้าเข้าห้างทุกวันรับรองกระเป๋าแบนแน่ ดังนั้น จัดวันซื้อของในวันเดียวจะดีกว่า และโปรดระวัง

กับดักการซื้อเพราะอยากได้ของแถม จะทำให้เราได้ของที่ไม่ต้องการ มากองอยู่ในบ้านด้วยนะ ท่องเอาไว้ ซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น

5. ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตบางอย่าง

ถ้าที่ทำงานไม่ไกลนัก บางวันก็ลองเดินดูบ้างก็ได้ ใครที่อยู่หอ ก็เอาแป้งเย็นเข้าช่วย แล้วเปิดพัดลมแทนแอร์เป็นบางวัน

ห่อข้าวไปเองบ้างอะไรบ้าง อาศัยกาแฟออฟฟิศบ้าง ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องงดกินข้าวตามร้าน หรืองดกาแฟยี่ห้อโปรดไปซะทีเดียวหรอกนะ

แต่ถ้าทำได้ก็ดี แค่ลดลงจากดื่มกาแฟยี่ห้อหรูทุกวัน เปลี่ยนเป็นยี่ห้อหรู สัปดาห์ละ 1-2 แก้ว นอกนั้นดื่มกาแฟชงเองในที่ทำงานบ้าง

หรือในร้านสะดวกซื้อบ้าง ลดการกินขนม หรือของหวานลงบ้าง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

6. หางานเสริมทำ

ข้อนี้เห็นผลชัดเจน เพราะถ้าทำงานก็ต้องได้เงินแน่นอน ถ้าใครเป็นสายลุย อาจจะทำงานพาร์ทไทม์ตามร้านต่างๆ ทั่วไป ตามแต่ใจชอบ

ซึ่งเขาก็จะคิดเป็นรายชั่วโมงให้เรา แต่ถ้าใครไม่ถนัดแนวนั้น อาจจะใช้เวลาวันละ 2 ชั่วโมง ในการทำงานเสริมอื่นๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีเยอะมาก

ไม่ว่าจะเป็น ขายของออนไลน์ รับสอนพิเศษ รับงานเขียน ขายภาพถ่าย ไปจนกระทั่งเป็นยูทูบเบอร์ และอีกสารพัดตามที่เราถนัด

7. รักษาสุขภาพ

สงสัยใช่มั้ยว่า มันเกี่ยวอะไรกัน ขอบอกเลยว่าข้อนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเราป่วยแต่ละครั้ง ต้องเสียค่ายาและค่าหมอมากมาย

อุตส่าห์ทำงานเก็บเงินแทบแย่ แต่สุดท้ายยกให้หมอซะงั้น แบบนี้มันไม่คุ้มเลยเนอะ วิธีรักษาสุขภาพเบื้องต้นก็คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

ในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละวัน นอนให้เต็มอิ่ม อย่ามัวแต่เล่นเกมหรือดูซีรีส์จนดึก เพราะนอกจากจะทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายเราแล้ว

ยังเปลืองไฟอีกด้วย เราสามารถผ่อนคลายในเวลาที่เหมาะสมได้ หาเวลาไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง เดือนละ 1-2 ครั้ง จะได้ไม่เครียด

หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสหรอกนะ แค่หาเวลาเดินเล่น หรือเปิดยูทูบทำตามที่บ้าน

ถ้านึกอะไรไม่ออกจริงๆ ก็ยืนแกว่งแขนระหว่างดูทีวี หรือฟังเพลงก็ได้ เห็นมั้ยว่าสุขภาพดีมีได้ทุกคนเลย

8. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

อาจฟังดูเชย แต่มันจำเป็นจริงๆ เพื่อพิจารณาการจับจ่ายใช้สอยของเราเอง และประเมินความผิดพลาดในการใช้เงิน

มันช่วยได้เยอะนะ เพราะมันจะฟ้องเลยว่า เงินเราหายไปกับอะไรมากที่สุด เราจะได้ไปปรับเปลี่ยนนิสัยในส่วนนั้นให้เหมาะสม

เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันที่ช่วยบันทึกการใช้จ่ายประจำวันของเรา พอจ่ายปุ๊บก็หยิบมือถือมาบันทึกปั๊บ เห็นมั้ยว่าง่ายดายมาก

แถมเขายังช่วยทำสถิติให้เราด้วย ทำไปทำมาก็สนุกดีเหมือนกัน มีหลายแอปให้เลือก ลองไปดาวน์โหลดแบบที่เราชอบมาใช้ดูเลย

คงจะพอได้ไอเดียในการหาเงิน และเก็บเงินกันไปบ้างแล้ว จะว่าไปถ้าตั้งใจจริงก็ไม่ได้ยากเลยนะ เพราะเราคัดมาแล้วว่า

เป็นวิธีเก็บตังค์ที่ต้องมีความสุขไปด้วย ไม่ต้องรอให้รวยก็มีความสุขได้ แต่ถ้าสุขด้วยรวยด้วย ก็จะยิ่งดีใช่มั้ยทุกคน